posttoday
พรบ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ ยกระดับเศรษฐกิจประเทศ

พรบ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ ยกระดับเศรษฐกิจประเทศ

28 พฤศจิกายน 2560

การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... (ร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ) ของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา เพื่อปรับเกณฑ์ดูแลรัฐวิสาหกิจให้มีส่วนพัฒนาเศรษฐกิจประเทศมากขึ้น ถูกวิจารณ์จากภาคสังคมไม่น้อย คนร. จึงชี้แจงประเด็นต่างๆ ในงานสัมมนา "การพัฒนา การกำกับดูแล และบริหารรัฐวิสาหกิจ : คำตอบของการดูแลสมบัติชาติ" ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทยดังนี้

การจัดทำร่างพระราชบัญญัติการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... (ร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ) ของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา เพื่อปรับเกณฑ์ดูแลรัฐวิสาหกิจให้มีส่วนพัฒนาเศรษฐกิจประเทศมากขึ้น ถูกวิจารณ์จากภาคสังคมไม่น้อย คนร. จึงชี้แจงประเด็นต่างๆ ในงานสัมมนา "การพัฒนา การกำกับดูแล และบริหารรัฐวิสาหกิจ : คำตอบของการดูแลสมบัติชาติ" ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทยดังนี้

ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการ คนร. เปิดเผยว่า แม้สังคมจะมีข้อกังวลหลัก 4 เรื่องในร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจว่าเป็นไปเพื่อการรวมศูนย์กินรวบ ลดสวัสดิการของประชาชน เพิ่มการแทรกแซงทางการเมืองหนักขึ้นกว่าในอดีต และนำไปสู่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขอยืนยันว่าการจัดทำร่างกฎหมายฉบับใหม่ให้สำคัญกับการ เตรียมรัฐวิสาหกิจให้เข้มแข็ง มีระบบการกำกับดูแลที่ดี มีธรรมาภิบาล รองรับความไม่แน่นอนในอนาคต

เนื่องจากขนาดองค์กรรัฐวิสาหกิจมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจประเทศ เมื่อปี 2547 มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 4.7 ล้านล้านบาท คิดเป็น 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มาปี 2559 เพิ่มเป็น 15 ล้านล้านบาท หรือ 110% ของจีดีพี ดังนั้น ถ้าดีก็ดีไป แต่ถ้าไม่ดีจะกลายเป็นปัญหาถ่วงเศรษฐกิจประเทศอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีจุดอ่อนเรื่องความไม่ชัดเจนของบทบาทภาครัฐ ในแง่การเป็นผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแล และการเป็นเจ้าของ และปัจจุบันถึงกระทรวงการคลังจะกำกับแต่ไม่ได้มีอำนาจสูงสุด หลายเรื่องทำได้เพียงแนะนำและตักเตือน ขณะเดียวกันรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ยังขาดทุน มีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงพนักงาน เป็นภาระต่องบประมาณ จึงต้องร่างกฎหมายมาแยกกลุ่มธุรกิจตามวัตถุประสงค์ แห่งใดมีกฎหมายจัดตั้งมีบทบาทในเชิงสังคมให้อยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ส่วนที่เป็นเชิงธุรกิจเป็นบริษัทให้อยู่ในการดูแลของบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ

"ไม่ใช่ทำเพื่อเพิ่มความเข้มงวด ปกติรัฐวิสาหกิจมีกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว และร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้พูดถึงการแปรรูป แปรรูปหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรีและกฎหมายฉบับอื่น เราเน้นจัดระบบธรรมาภิบาล เพิ่มประสิทธิภาพ เพราะส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้น ถ้าเราไม่ทำประเทศจะเสียโอกาสพอสมควร เพราะปัญหารัฐวิสาหกิจค่อนข้างใหญ่ เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ในเชิงยุทธศาสตร์ค่อนข้างมาก และถ้าไม่สามารถทำให้มีประสิทธิภาพได้เต็มที่จะกลายเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศในอนาคตได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการคอร์รัปชั่นและการรั่วไหลของงบประมาณ ทำให้มีรายได้สุทธิเข้าประเทศได้อีกมาก" ประสาร กล่าว

รพี สุจริตกุล กรรมการ คนร. กล่าวว่า การจัดทำร่างกฎหมายมีสิ่งที่น่าจะสนใจอยู่ 3 ประเด็น คือ ทำให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุด ควรปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงาน โดยจากนี้ไปควรจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ว่าสิ่งที่ควรทำมีอะไรบ้าง แล้วเปิดเผยข้อมูลในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนรับทราบในวงกว้าง ไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ และถ้าดำเนินงานผิดพลาดเกิดภาระทางการเงินก็ต้องมีการประเมินค่าใช้จ่าย และเปิดเผยข้อมูล และรัฐบาลต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณมาช่วยก็ต้องผ่านสภา สองร่างกฎหมายฉบับนี้จะไม่ขัดต่อกฎหมายฉบับอื่น หรือกฎหมายในปัจจุบัน และสามกำหนดบทบาทของ สคร.ให้ชัดเจน

ด้าน บรรยง พงษ์พานิช อดีตกรรมการ คนร. กล่าวว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจีดีพีไทยโตเฉลี่ยที่ 3% ต่ำสุดในอาเซียน แถมยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง แต่รัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทในการลงทุนในมูลค่าสูงกลับมีผลต่อเศรษฐกิจประเทศน้อย ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่การจัดทำกฎหมายใหม่ไม่ได้กินรวบ และไม่ได้มุ่งแปรรูป เพราะจริงๆ การแปรรูปไม่ใช่สิ่งไม่ดีเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่า ไม่เช่นนั้น 120 ประเทศทั่วโลก ไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจกว่า 2.5 หมื่นแห่ง มีกำกับกิจการที่ดีตามหลักสากล ซึ่งรวบศูนย์ยาก เพราะการเปลี่ยนแปลงต่างๆ คนร.ต้องเสนอเรื่องไป ครม. มีกระบวนการที่ยุ่งยากมากขึ้น แต่โปร่งใสขึ้นและการปรับปรุงจะช่วยให้ประชาชนได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้นตรงกลุ่มเป้าหมายขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่