
ดึงงบท้องถิ่นปั๊มศก.
มหาดไทยยอมรัฐบาลใช้เงินสะสม อปท. ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น ครม.อนุมัติร่างทิศทางการพัฒนาภาคใต้
มหาดไทยยอมรัฐบาลใช้เงินสะสม อปท. ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น ครม.อนุมัติร่างทิศทางการพัฒนาภาคใต้
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับทราบแนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
กระทรวงมหาดไทยรายงานว่าปัจจุบันมีเงินสะสมอยู่ 3.18 แสนล้านบาท สามารถนำไปลงทุนอื่นๆ ได้ 1.5 แสนล้านบาท โดยให้ อปท.นำเงินสะสมไปใช้สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น อาทิ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาแหล่งน้ำ การขจัดขยะมูลฝอย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ครม.ยังได้อนุมัติร่างทิศทางการพัฒนาภาคใต้ รวมถึงนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับข้อเสนอภาคเอกชนในการเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ไปจัดลำดับความสำคัญและดำเนินการ
ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.พัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำแห่งใหม่กับแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียง อาทิ พัฒนาถนนเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสายชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา
2.พัฒนาเส้นทางรถไฟเพื่อการ ท่องเที่ยวเชื่อมโยงฝั่งอันดามันและอ่าวไทย (สายท่านุ่น-พังงา-พุนพิน-ดอนสัก) (สายระนอง-ชุมพร) (สายระนอง-พังงา-กระบี่-ตรัง) 3.พัฒนาและสนับสนุนท่าเรือสำราญใน จ.ภูเก็ต ให้เป็นท่าเรือหลักของโลก รวมทั้งพัฒนาท่าเรือแวะพัก และท่าเรือมารีน่าให้มีมาตรฐานในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีศักยภาพของภาค
4.พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมแปรรูปยาง หาดใหญ่-สะเดา อาทิ รถไฟฟ้าหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ทางหลวงพิเศษ หาดใหญ่-ด่านพรมแดนสะเดา รถไฟทางคู่ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ และพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าทุ่งสง ท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 ท่าอากาศยานหาดใหญ่
นอกจากนี้ 5.พัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานเชื่อมโยงภาคใต้กับเส้นทางการค้าโลก อาทิ การพัฒนาท่าเรือชายฝั่งอันดามัน สนามบินภูเก็ต และโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยงท่าเรือสงขลา 2-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์-บัตเตอร์เวอร์ธ (มาเลเซีย)
สำหรับยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ อาทิ พัฒนาการท่องเที่ยวภาคให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งใหม่ของประเทศ เช่น การพัฒนาเขตพื้นที่อุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราหาดใหญ่-สะเดา เชื่อมโยงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและนิคมอุตสาหกรรมยาง หรือรับเบอร์ซิตี้
นอกจากนี้ พัฒนาเขตอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีแบบครบวงจร พัฒนาและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต







