
แนะปรับแนวแก้เศรษฐกิจ
ในงานเสวนาหัวข้อ "เศรษฐกิจไทยตกต่ำถึงจุดนี้ได้อย่างไร" จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ร่วมเสวนามาจากหลายฝ่ายต่างตั้งคำถามและข้อเสนอถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ตลอดจนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดไว้อย่างน่าสนใจ
ในงานเสวนาหัวข้อ "เศรษฐกิจไทยตกต่ำถึงจุดนี้ได้อย่างไร" จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งผู้ร่วมเสวนามาจากหลายฝ่ายต่างตั้งคำถามและข้อเสนอถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ตลอดจนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดไว้อย่างน่าสนใจ
พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน มองว่า การปรับ ครม. 18 ตำแหน่ง เท่ากับยอมรับว่าผลงาน ที่ผ่านมาย่ำแย่ แต่การปรับ ครม.ช่วงนี้ไม่น่าจะช่วยอะไรได้มาก เพราะผ่านพ้นช่วงฮันนีมูนไปแล้ว
พิชัย ตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลอ้างว่าการส่งออกและการท่องเที่ยวประสบความสำเร็จ แต่มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการทั้งสองกระทรวงนี้ แสดงว่ารัฐบาลยอมรับว่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามเศรษฐกิจโลก ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านส่งออกเพิ่มขึ้นมากกว่าไทยมาก รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็มาเพิ่มตามปกติอยู่แล้วใช่หรือไม่
พิชัย กล่าวว่า การตั้งเป้าขอส่งเสริมการลงทุนไว้เพียงแค่ 6 แสนล้านบาท แม้จะเป็นเป้าที่ต่ำ แต่ผลที่ออกมาก็ยังต่ำกว่าเป้าถึง 2 แสนล้านบาท ในขณะที่ก่อนการยึดอำนาจมียอดขอส่งเสริมมากกว่า แสดงว่าถึงแม้จะเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มการลงทุนแต่อย่างไร การเชิญนักลงทุนญี่ปุ่นมา 500-600 คน เป็นเพียงการจัดฉากเท่านั้นหรือไม่
"การใช้วิธีการเดิมๆ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้สำเร็จได้ ต้องคิดวิธีใหม่ๆ อยากให้รัฐบาลตั้งแนวทางการดำเนินการและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ถูกทาง ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปเอง หรือเพียงต้องการหาเสียง เพราะสภาวะความเป็นจริงที่คนส่วนใหญ่ลำบากกันมาก จะยิ่งทำให้ความนิยมของรัฐบาลลดต่ำลงอีก" พิชัย กล่าว
พิชัย มองว่า หากเข้ามาบริหารแล้วยังไม่เห็นผลโดยเร็ว ก็ควรจะรีบจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเลือกคนที่จะเข้ามาแก้ปัญหา ก่อนที่ประชาชนจะทนกัน ไม่ไหว อยากฝากไปถึงท่านรองนายกฯ สมคิด ว่าจะใช้วิธีการเดิมๆ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้สำเร็จได้ ต้องคิดวิธีใหม่ๆ
ด้าน เกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้แทนการค้าไทย ได้ตั้งคำถาม 9 ข้อไปยังรัฐบาล ว่า 1.นโยบายเกษตร จำนำ ไม่เอา ประกันรายได้ไม่เอา แล้วจะเอาอย่างไร 2.โครงการธงฟ้า ไม่เคยเห็นตัวเลขว่าธงฟ้าช่วยคนได้เท่าไร ดูเหมือนจะดีแต่ของขึ้นราคา โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้บัตรคนจนซื้อ ขอให้ทบทวน เพราะไปเบียดการค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าในชุมชน
3.บัตรคนจน ข้าราชการก็ได้รับ ทำให้สงสัยเรื่องการขึ้นบัตรและต้องระวังเรื่องข้อมูล 4.ขอให้เปลี่ยนสัดส่วนกรรมการโครงการ 5.หนี้นอกระบบ การขึ้นทะเบียนผู้กู้ใหม่ไม่ตอบโจทย์ แต่ไม่จัดการคนที่ปล่อยกู้นอกระบบ 6.พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นถูกเบียดด้วยร้านธงฟ้า และ กทม.จัดระเบียบไม่ให้ค้าขายในบางพื้นที่ แต่ไม่บอกให้ไปขายที่ไหน
7.นโยบายการเงินของประเทศจะเอาอย่างไร 8.นโยบายพลังงานไม่กำกับดูแล เอื้อต่อบริษัทรายใหญ่ 9.เรื่อง เขตการค้าเสรี จะต้องควบคุมมาตรฐานการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตรมากกว่านี้
"ปรับ ครม.อีกก็ไม่ช่วย หากไม่ปรับนโยบาย คนอื่นเตือนก็ไม่เคยฟัง เพราะอคติ คนที่หวังดีไม่ได้มีแต่ นายกฯ คนเดียว คนอื่นก็หวังดีกับบ้านเมือง" เกียรติ กล่าว
ขณะที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง มีมุมมองย้อนกลับไปวิจารณ์แนวทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ว่า สภาพเศรษฐกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น 2 ไม่ คือ 1.ไม่กระจาย รัฐบาลพยายามโฆษณาว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้ว แต่ไม่สามารถจับต้องได้ โครงการที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจก็มีจุดอ่อน และกระจุกตัวผลประโยชน์อยู่ที่ระดับบน กระจายตัวมาที่ระดับล่างน้อยมาก
และ 2.ไม่พอเพียง แม้รัฐบาลประกาศใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงแต่เป็นแค่การโฆษณา เพราะไม่มีกลไกให้ประชาชนเรียนรู้พึ่งตนเองตามศาสตร์พระราชา ส่วนหนึ่งมุ่งหาประโยชน์ทางการเมืองมากเกินไป แทนที่จะไปคิดนโยบายเศรษฐกิจ ซ่อมห่วงโซ่เศรษฐกิจรากหญ้าให้เชื่อมกันได้ อุดรูโหว่ผืนผ้า แต่กลับหมกมุ่นเรื่องหมากทางการเมืองมากเกินไปหรือไม่







