
แม่ทัพใหม่โรบินสัน ปรับองค์กรทันสถานการณ์
ถือเป็นอีกหนึ่งแม่ทัพใหม่ไฟแรงเลยทีเดียวสำหรับวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์
โดย จะเรียม สำรวจ
ถือเป็นอีกหนึ่งแม่ทัพใหม่ไฟแรงเลยทีเดียวสำหรับวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ หลังจากเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการของบริษัท โรบินสัน มีมติเป็นเอกฉันท์ในการแต่งตั้งให้วุฒิเกียรติดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่แทน อลัน จอร์ซ ทอมสัน ที่ได้ลาออกไป
ก่อนหน้าที่ วุฒิเกียรติจะเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน ได้เคยเป็นหนึ่งในบุคลากรคุณภาพที่เคยร่วมบริหารงานในธุรกิจค้าปลีกชั้นนำหลายแห่ง จึงทำให้มีประสบการณ์ทั้งในด้าน Store Operations, Marketing และ Property Management
สำหรับการร่วมงานกับบริษัท โรบินสัน วุฒิเกียรติ ได้เข้าร่วมงานเมื่อปี 2557 ในตำแหน่ง Head of Leasing for Robinson Lifestyle Malls ต่อมาได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานทางด้าน Business Development and Property Management เพิ่มเติม
ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา วุฒิเกียรติ ถือเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารที่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจให้กับ บริษัท โรบินสัน มาโดยตลอด ทั้งในส่วนธุรกิจห้างสรรพสินค้า และธุรกิจศูนย์การค้า รวมไปถึงการผลักดันธุรกิจให้ก้าวสู่ Omni Channel หรือการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทางเชื่อมโยงช่องทางต่างๆ เป็นหนึ่งเดียว โดย ผสมผสานช่องทางการสื่อสารเหล่านั้น ทั้งออนไลน์ และขายหน้าร้าน หรือออฟไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ กับลูกค้าอย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อในอนาคต เพื่อให้ธุรกิจของบริษัท โรบินสัน มีความแข็งแกร่งในตลาดค้าปลีกและมีการเติบโตทางธุรกิจที่ดี ต่อเนื่อง
วุฒิเกียรติ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของโรบินสันนับจากนี้ คือการปรับกลยุทธ์ขององค์กรให้รวดเร็วและเหมาะสมกับสภาวะการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปดังกล่าวถือเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจในอนาคต
"เพื่อปรับองค์กรให้สอดคล้องกับสถานการณ์และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การปรับปรุงและพัฒนาความสามารถของบุคลากรทั้งภายในบริษัทเองและคู่ค้าของบริษัท จึงมีความจำเป็นที่ ต้องทำควบคู่กันไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ธุรกิจก้าวทันกับ โลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว"
แม้ว่าจะเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ วุฒิเกียรติก็เดินหน้าสานต่องาน บริหารทันที ด้วยการออกมาประกาศขยายสาขาห้างค้าปลีกของโรบินสันใน 2 รูปแบบควบคู่กันไป คือ การขยายห้างโรบินสัน ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ไปกับศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัล และการขยายศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์มอลล์ เพื่อให้โรบินสันได้เข้าไปใกล้ชิดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้มากที่สุด
ดังนั้น แผนการดำเนินธุรกิจในอีก 3 ปีนับจากนี้ (2561-2563) วุฒิเกียรติมีแผนที่จะขยายโรบินสันปีละ ประมาณ 2-3 สาขาเป็นอย่างต่ำ เนื่องจากภาพรวม เศรษฐกิจยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าเศรษฐกิจกลับมาพลิกฟื้นตามปกติเมื่อไหร่ ก็พร้อมที่จะกลับไปขยายสาขาให่ปีละ 4-5 สาขาเหมือนกับเมื่อ 2 ปีก่อนทันที
"ความท้าทายที่สุดในตอนนี้ คือ การปรับตัวตามสถานการณ์การแข่งขันและพฤติกรรมของผู้บริโภค ให้ทัน ดังนั้นโรบินสันจึงต้องมีบริการและสินค้าที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน โรบินสันไม่ได้เป็นแค่ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ หรือศูนย์การค้าเท่านั้น แต่ยังมีบริการและแบรนด์สินค้านำเข้ามาบริหาร เพื่อให้โรบินสันมีการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว"
วุฒิเกียรติ กล่าวอีกว่า ในต่างประเทศธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์อาจอยู่ในขาลง เพราะถูกธุรกิจออนไลน์มาแย่งลูกค้าไป ส่งผลให้หลายห้างต้องปิด ตัวไป แต่สำหรับไทยเชื่อว่าธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์ยังเติบโตต่อไปได้ เพราะธุรกิจดีพาร์ตเมนต์สโตร์อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน เพียงแต่ต้องปรับบริการให้ตรงกับความต้องการเท่านั้น







