
มนุษย์กำลังพัฒนา ไปสู่สิ่งมีชีวิตที่ต่ำลง!?
ความไม่ปกติหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นความปกติไปแล้วในปัจจุบันนั่นก็คือ "การมีบุตรยาก"
โดย ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ความไม่ปกติหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นความปกติไปแล้วในปัจจุบันนั่นก็คือ "การมีบุตรยาก" เห็นได้จากผู้คนรายรอบที่บ่นกันอุบ พากันเข้ารับคำปรึกษาและพึ่งพาวิวัฒนาการทางการแพทย์
กลายเป็นคำถามที่เกิดขึ้นและรบกวนจิตใจของผู้เขียนมาเป็นเวลานาน หรือว่าเผ่าพันธุ์ของเรากำลังอ่อนแอลง?
ทั้งสภาพแวดล้อมที่ล้นเต็มไปด้วยมลพิษเกินค่ามาตรฐาน ทั้งการปนเปื้อนและการแทรกซ้อนของสารพิษในอาหารที่เราต่างบริโภคเข้าสู่ร่างกายทุกๆ วัน ยังไม่นับความเครียด ความกดดัน ความทะยานอยากของตัวเอง
สิ่งเหล่านี้กำลังสะสมและสั่งสม เติบโตและขยายขอบเขตออกไป จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง
เป็นไปได้หรือไม่ว่า มนุษย์กำลังพัฒนาไปสู่สิ่งที่ต่ำลง?
โดยปกติแล้ว มนุษย์หายใจเฉลี่ยนาทีละ 18-24 ครั้ง นั่นหมายความว่าระยะเวลา 1 ชั่วโมง เราจะหายใจเฉลี่ย 1,080-1,440 ครั้ง ใน 1 วัน มนุษย์เราจึงหายใจมากถึง 25,920-34,560 ครั้ง
แน่นอนว่าทุกๆ ครั้งที่เราหายใจ เราต่างรับเอาสารพิษเข้าสู่ร่างกาย
ที่ประชุมองค์การวิจัยระหว่างประเทศยกระดับให้ "ควันจากท่อไอเสีย" ของเครื่องยนต์ดีเซลเป็นสารก่อมะเร็งในระดับกลุ่มที่ 1 ส่วนทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่าการสูดดมอนุภาคเล็กๆ จากสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดแตก
นี่คือสิ่งที่เราทุกคนต้องเผชิญโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
นอกจากตัวอย่างมลพิษทางอากาศแล้ว ทุกวันนี้เราต่างบริโภคสารพิษผ่านผักสดและผลไม้หวานฉ่ำ
ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ระหว่างปี 2553-2558 (6 ปี) ประเทศไทยได้นำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมหาศาลถึง 886,580 ตัน และหากเทียบเคียงเฉพาะรอบ 5 ปีที่ผ่านมา (2554-2558) จะพบว่ามีปริมาณทั้งสิ้น 768,765 ตัน หรือประมาณปีละ 1.5 แสนตัน
สสารไม่มีวันหายไปจากโลกฉันใด สารเคมีกำจัดศัตรูพืชย่อมปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมและตกค้างอยู่ในพืชผลการเกษตรฉันนั้น
ผลการศึกษาล่าสุดเรื่อง "การสะสมของสารพิษตกค้างยาวนาน (POPs) ในเขตพัฒนาอุตสาห กรรม" โดยมูลนิธิบูรณะนิเวศร่วมกับสมาคมอาร์นิก้า สาธารณรัฐเช็ก ยิ่งตอกย้ำความชัดเจนว่า เรากำลังถูกโอบล้อมด้วยสารพิษและเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ
ผลการศึกษา ระบุว่า พื้นที่บริเวณ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีการปนเปื้อนสารไดออกซินและสารหน่วงการติดไฟ ขณะที่สารไดออกซิน/ฟิวแรน มีปริมาณสูงเป็นอันดับ 2 จากที่เคยตรวจวัดทั่วโลก ส่วนผลการตรวจสอบ "ไข่ไก่ที่หากินตามธรรมชาติ" ซึ่งเส้นทางสำคัญที่ทำให้มนุษย์ได้รับสัมผัสสารพิษ เหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย พบว่า ตัวอย่าง 50% ใน จ.สมุทรสาคร มีการปนเปื้อนสาร PBDD/Fs สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของสหภาพยุโรปถึง 33 เท่า และปนเปื้อนสาร PBDD/Fs รวมกับสาร PCBs สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานอียูถึง 19 เท่า
หรือแม้แต่ "อาหารทะเล" ที่เราต่างบริโภคกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ขณะนี้ก็เต็มไปด้วยภัยคุกคาม
ข้อมูลจากการวิจัยเรื่องผลกระทบจากชิ้นส่วนไมโครพลาสติกในสัตว์ทะเลที่มีเปลือกแข็งบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก : ข้อเสนอต่อการสร้างเขตอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลไทย ซึ่งเป็นงานวิจัยร่วมระหว่าง 2 ประเทศ ไทย-ศรีลังกา ได้สะท้อนถึงความไม่ปลอดภัยของอาหารทะเลในระดับที่ต้องหันกลับมาฉุกคิด
ผลการวิจัยผ่านการลงพื้นที่สำรวจประชากรสัตว์ที่ใช้ชีวิตตามพื้นทะเล (Sessile Invertebrates) ทั้งหมด 3 พื้นที่ คือ อ่างศิลา บางแสน และเกาะแสมสาร โดยเจาะจงไปที่สัตว์ทะเลตระกูลหอย ระบุว่า "อ่างศิลา" คือพื้นที่พบการปนเปื้อนสารเคมีในสัตว์ทะเลตระกูลนี้มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่วิจัยที่เหลือ
ค่าเฉลี่ยการปนเปื้อนของสัตว์ทะเลที่มีเปลือกแข็งเหล่านี้อยู่ที่ 0.2-0.6 อนุภาค/กรัม (counts/g) ซึ่งนับเป็นปริมาณที่สูงและนับเป็นขนาดที่สัตว์เคลื่อนที่ช้าเหล่านี้จะดูดซับ หรือกินกลืนเข้าไปจนสะสมอยู่ในตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การปนเปื้อนดังกล่าวมาจากพลาสติกขนาดเล็กจิ๋ว (ไมโครพลาสติก) ที่ไหลลงสู่ทะเล ซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์เป็นผู้ผลิตขึ้น
ใช่หรือไม่ว่า มนุษย์กำลังช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์
ทั้งหมดคือตัวอย่างที่นำมาสู่คำถามตั้งต้น เป็นไปได้หรือไม่ว่ามนุษย์กำลังพัฒนาไปสู่สิ่งที่ต่ำลง







