posttoday
ซ่อม

ซ่อม

26 พฤศจิกายน 2560

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ขยายวงมากขึ้นหลังการเสียชีวิตของ "น้องเมย" ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1

โดย วัยรุ่นเฟรง

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ขยายวงมากขึ้นหลังการเสียชีวิตของ "น้องเมย" ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งสร้างความเคลือบแคลงถึงที่มาที่ไปและรายละเอียดในเหตุการณ์

เมื่อคำชี้แจงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังดูสับสนและขัดแย้งกันเองในหลายส่วน "สภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน" ยังเป็นปริศนาที่ยากจะหาคำตอบถึงต้นตอที่แท้จริง

ยังไม่รวมกับผู้ที่จะต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

น่าสนใจตรงที่เรื่องราวทำนองนี้ไม่ใช่ครั้งแรก จากข้อมูลพบว่า 2 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีทหารเสียชีวิตจากการฝึกและลงโทษทางวินัยกว่า 7 นาย

ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งในกองทัพและรัฐบาลดูจะไม่เห็นว่านี่เป็นปัญหาร้ายแรง

สะท้อนผ่านคำชี้แจงที่คล้ายจะยิ่งสาดน้ำมันเข้ากองเพลิง มากกว่าจะชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล ยอมรับความผิดพลาดในระบบ กลไก ที่เป็นอยู่ พร้อมหาทางสกัดป้องกันไม่ให้เรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

คนไทยจำนวนไม่น้อยดูจะไม่ปล่อยให้เรื่องราวครั้งนี้ถูกลืมเลือนไปเหมือนในอดีต ดังจะเห็นจากแคมเปญที่ร่วมรณรงค์ในเว็บไซต์ chang.org เรียกร้องกองทัพปรับปรุงและพัฒนาองค์กรของตนให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลและคุณค่าประชาธิปไตย

เริ่มตั้งแต่ 1.กองทัพจะต้องดำเนินการสอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องเมยอย่างครอบคลุมและโปร่งใสตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชา จนถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเปิดเผยผลการสอบสวนต่อสาธารณะ

2.ให้มีตัวแทนจากองค์กรอิสระ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมในการสอบสวนด้วย ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ว่าจะเกิดการทุจริต หรือการใช้ความรุนแรงโดยเจ้าหน้าที่ของกองทัพ กองทัพมักจะทำหน้าที่ตรวจสอบกองทัพด้วยกันเอง ซึ่งถือเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interests) ทำให้สาธารณชนไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่ากระบวนการตรวจสอบของกองทัพโดยกองทัพ จะทำให้ได้ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน

3.เมื่อดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ถูกตัดสินว่า มีความผิดทุกคนจะต้องลาออกจากราชการ และถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดทั้งในทางวินัย แพ่ง และอาญา โดยต้องไม่มีการปกป้องพวกพ้อง หรืออะลุ่มอล่วยใดๆ

4.กองทัพจะต้องชดเชยค่าเสียหายและค่าเยียวยาจิตใจให้กับครอบครัวของเหยื่ออย่างครอบคลุม

5.ยกเลิกมาตรการการ "ธำรงวินัย" ที่ใช้ความรุนแรง และหามาตรการอื่นที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และความปลอดภัยในชีวิตของผู้รับการฝึก

นี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะขยายวงไปสู่การแก้ไขเปลี่ยนแปลง "ระบบ" ที่ฝังรากลึกมายาวนาน จนมองกลายเป็นความเคยชิน จนไม่คิดจะแก้ไขให้หลายสิ่งหลายอย่างที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม

ตรงกันข้ามระบบและกลไกที่เป็นอยู่ยังดูจะเอื้อให้เกิดการปกป้อง ปกปิด มากกว่าจะแสวงหาความจริง เพื่อนำตัวคนผิดมาลงโทษ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

วัฒนธรรมการ "ซ่อม" อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องถูกซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนในช่วงที่ใครก็ท่องแต่เรื่อง "ปฏิรูป"

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่