
รวมกันเราอยู่ สู้จอมมารเราชนะ
เรื่อง : เพรงเทพ"ความมืดที่แท้จริง ไม่ใช่การหายไปของแสงสว่าง แต่คือการลงทัณฑ์ไม่ให้แสงสว่างหวนคืนกลับมา แสงสว่างจะกลับมาเสมอเพื่อให้เราเห็นสิ่งที่เรารัก บ้าน ครอบครัว และสิ่งอื่นๆ ที่ไม่เคยมี หรือที่ถูกมองข้ามไปแล้ว มันแสดงให้เราเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ และท้าทายให้เราตามหาสิ่งเหล่านั้น
เรื่อง : เพรงเทพ
"ความมืดที่แท้จริง ไม่ใช่การหายไปของแสงสว่าง แต่คือการลงทัณฑ์ไม่ให้แสงสว่างหวนคืนกลับมา แสงสว่างจะกลับมาเสมอเพื่อให้เราเห็นสิ่งที่เรารัก บ้าน ครอบครัว และสิ่งอื่นๆ ที่ไม่เคยมี หรือที่ถูกมองข้ามไปแล้ว มันแสดงให้เราเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ และท้าทายให้เราตามหาสิ่งเหล่านั้น
คราวนี้แสงสว่างสอดส่องให้เหล่าฮีโร่ออกมาจากเงามืด มาบอกว่าเราไม่ได้อยู่ตามลำพังอีกแล้ว ความมืดของเรานั้นหม่นหมอง ดูเหมือนกลืนกินความหวังตลอดเวลา แต่ฮีโร่เหล่านี้ก็อยู่กับเราตลอดเวลา คุณมองเห็นอีกด้าน ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็แค่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายสรุปตอนจบเรื่องการต่อสู้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในนาม จัสติซ ลีก เพื่อย้ำเตือนว่าความหวังนี้จะเป็นจริง
"Justice League" ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สัญชาติอเมริกัน สร้างมาจากทีมซูเปอร์ฮีโร่ของสำนักพิมพ์ดีซีคอมิกส์ในชื่อจัสติซ ลีก เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 5 ในจักรวาลขยายดีซี ซึ่งเริ่มต้นเรื่องนี้ด้วยซูเปอร์แมนตายแล้ว โลกเต็มไปด้วยความหม่นหมองและหดหู่ปกคลุมไปทั่ว การปกป้องโลกจากความชั่วร้ายมีช่องโหว่ให้โจมตี
เมื่อ สเต็ปเพนวูล์ฟ ที่ถูกขับไล่ไปเมื่อ 5,000 ปีก่อน จากความร่วมมือของเหล่าเทพและมนุษย์หวนกลับมาอีกครั้ง และอยู่ในช่วงเวลาที่ซูเปอร์ฮีโร่อ่อนแอที่สุด
แบทแมน จึงต้องรับบทเป็นโต้โผเดินทางตามหาเพื่อไปจูงใจและเชื้อเชิญเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่เก่งกาจกันคนละแนวทางให้มาร่วมทีม ผนึกเอกภาพเพื่อทำงานร่วมกัน กลมเกลียวสอดประสานทำภารกิจสำคัญในการกอบกู้โลกให้ปลอดภัยจากภัยคุกคาม พิทักษ์ให้โลกอยู่รอดปลอดภัยจากจอมมาร
ว่าไปแล้วในช่วงแรกของเรื่องก็เป็นเสมือนการต่อจิ๊กซอว์อย่างช้าๆ ไปทีละตัวละครของซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ว่าจะเป็นแบทแมน หรือบรูซ เวย์น ซึ่งเปรียบเสมือนหัวหน้าทีม วันเดอร์ วูแมน หรือไดแอนา พรินซ์ ที่เสมือนเป็นผู้ช่วยกลายๆ เดอะแฟลช หรือแบร์รี แอลลิน อควาแมน หรืออาร์เทอร์ เคอร์รี และไซบอร์ก หรือวิกเตอร์ สโตน
ซูเปอร์ฮีโร่เหล่านี้ในภาคมนุษย์ปกติสามัญล้วนมีปมส่วนตัวที่เกี่ยวกับคนรักและครอบครัว ตามหลอกหลอนอยู่อย่างมิอาจสลัดหลุด แสดงให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์ภายใต้สายใยรักและผูกพัน ในอีกทางเดินชีวิตต้องใช้ความสามารถพิเศษที่มีอยู่ในตัวเองออกไปช่วยโลกและชาวโลกให้พ้นภัยคุกคาม ซึ่งแสดงความย้อนแย้งในการพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งของจิตใจที่มีร่างกายแข็งแรงและพลังงานพิเศษเหนือมนุษย์
โดยในเรื่องนี้จิ๊กซอว์ที่สำคัญที่สุดก็คือ ซูเปอร์แมน หรือคลาร์ก เคนต์ ในภาคมนุษย์ ซึ่งสามารถกลับมาจากความตาย ฟื้นตื่นขึ้นมาจากหลุมฝังศพด้วยพลังงานเหนือโลกและความเป็นตายของมาเธอร์บอกซ์ ซึ่งเป็นกล่องที่อยู่ในโลกมนุษย์
แน่นอน เมื่อซูเปอร์แมนมาถึงทุกสิ่งทุกอย่างก็ดีขึ้นไปหมด จอมมารและลูกสมุนเหล่าร้ายถูกตะลุมบอนและทำลายอย่างเมามัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น สิ้นหวังไม่เห็นแม้แต่แสงแห่งชัยชนะ มีแต่ความพยายามอย่างสุดๆ
อีกจุดที่น่าสนใจคือ คีย์เวิร์ด หรือคำสำคัญที่ภาพยนตร์ต้องการนำเสนอมุมกลับที่แตกต่างกันนั่นคือคำว่า "เอกภาพ" หากใช้กับฝ่ายทีมซูเปอร์ฮีโร่จะประสานฝีมือและความสามารถพิเศษที่หลากหลายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ร่วมมือเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แต่ต้องการแยกมาร์เธอร์บอกซ์ทั้งสามกล่องไม่ให้รวมเป็นเอกภาพอยู่ที่เดียวกัน เพราะจะมีพลังให้สเต็ปเพนวูล์ฟ รวมจากสามให้เป็นหนึ่งจนโลกมนุษย์กลายเป็นนรก
ส่วนที่มีเสน่ห์ที่สุดของภาพยนตร์ที่อดอมยิ้มไม่ได้คือ ครอบครัวชาวรัสเซียที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของการเชื่อมหลอมรวมมาเธอร์บอกซ์ทั้งสาม ที่สเต็ปเพนวูล์ฟช่วงชิงมาจากดินแดนอเมซอน แอตแลนติส และโลกมนุษย์ ก็คือตอนลูกสาวของครอบครัวหยิบยาฉีดแมลงออกมา ด้วยเข้าใจว่าสามารถฉีดแมลงซอมบี้ที่บุกรุกได้
รวมถึงตอนที่เดอะแฟลช ช่วยดันรถกระบะหนีการทำลายล้างพื้นที่ออกมาได้ ก่อนจากไปหันมาพูดแบบเขินๆ กับครอบครัวนี้ว่า ดอสโตเยฟสกี้ ซึ่งเป็นนักเขียนชื่อดังชั้น คลาสสิกของรัสเซียเป็นมุขที่ต้องอมยิ้ม
ความอ่อนของบทตัวร้ายหรือจอมมาร สเต็ปเพนวูล์ฟ รวมถึงหน้าตาและการแต่งองค์ทรงเครื่องที่ไม่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะตอนจบที่ถูกปราบแบบง่ายๆ ไม่น่ากลัวหรือหวาดหวั่นอย่างสะพรั่นพรึงเพียงอย่างใด แถมยังถูกลูกน้องแมลงซอมบี้ฆ่าผ่านแรงดึงดูดของความกลัว ซึ่งเคยเป็นอาวุธร้ายของตัวเองในการระดมสาวก ดูเผินๆ เหมือนเป็นนัยสะท้อนกลับอย่างลึกล้ำ แต่ในเชิงการเล่าเรื่องแบบขมวดจบลงอย่างรวดเร็ว ง่ายเกินไปสำหรับบทสรุป
คงไม่ต้องพูดถึงซีจีหรืองานด้านทาง โปรดักชั่นที่ทำได้ก้าวหน้าและพยายามให้ดูดีล้ำที่สุด ทุกอย่างถือว่าไม่มีอะไรใหม่มากมายสำหรับภาพยนตร์แนวนี้ การเล่าเรื่องก็ไต่ระดับตามสูตรมาตรฐานไปสู่จุดสุดท้ายที่สามารถกำจัดจอมมารได้ และจบลงอย่างเปี่ยมสุข และชีวิตต้องดำเนินต่อไปด้วยความหวังที่ดีงาม







