posttoday
จีนหั่นภาษีนำเข้า10%

จีนหั่นภาษีนำเข้า10%

25 พฤศจิกายน 2560

จีนลดภาษีนำเข้าสินค้าคอนซูเมอร์รวม 187 รายการ เริ่มมีผลวันที่ 1 ธ.ค.นี้

จีนลดภาษีนำเข้าสินค้าคอนซูเมอร์รวม 187 รายการ เริ่มมีผลวันที่ 1 ธ.ค.นี้

กระทรวงการคลังจีนประกาศลดอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคครอบคลุม 187 รายการ โดยลดลงเฉลี่ยจาก 17.3% เหลือ 7.7% มีผลบังคับในวันที่ 1 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ หลังความต้องการสินค้านำเข้าจากต่างชาติปรับตัวขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดการเกินดุลการค้ากับหลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า อัตราการลดภาษีสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน โดยภาษีนำเข้าอาหารเหลวสำหรับเด็กเล็กลดเหลือ 0% ส่วนภาษียานำเข้าจะปรับลงจาก 6% เหลือ 2% ขณะที่อัตราภาษีนำเข้าเหล้ายาเวอร์มุธและแอลกอฮอล์ประเภทเดียวกัน ปรับลดมากที่สุดจาก 65% มาอยู่ที่ 14%

แถลงการณ์ของจีน ระบุว่า เนื่องจากดีมานด์สินค้าคุณภาพสูงที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษกำลังปรับตัวขึ้นมาก จากการที่ผู้บริโภคจีนมองว่าสินค้านำเข้ามีคุณภาพสูงกว่าและปลอดภัยกว่า รัฐบาลจีนจึงออกมาตรการลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าประเภทดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการนำเข้าสินค้าจนเพียงต่อความต้องการของผู้บริโภค ขณะที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้การบริโภคมาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศแทนการพึ่งภาคการผลิต

ทั้งนี้ สินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของสินค้านำเข้าทั้งหมดของจีนเมื่อปี 2559 ขณะที่ตลาดค้าปลีกของจีนมีมูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25 ล้านล้านบาท) ในปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี จ้าวหยาง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากโนมูระ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส กรุ๊ป เปิดเผยว่า การลดภาษีครั้งนี้เป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์ และไม่น่าจะกระตุ้นการนำเข้าสินค้าเพิ่มได้มากนัก เนื่องจากจีนยังมีภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่สูงถึง 17% อยู่ 

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับลู่เจิ้งเหว่ย นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารอินดัสเทรียลแบงก์ของจีน ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคไม่ได้มีมูลค่าสูงมาก จึงไม่มีแนวโน้มช่วยถ่วงดุลการค้าของจีนได้ โดยเมื่อปี 2559 จีนเกินดุลการค้ากับทั่วโลก 5.10 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 16 ล้านล้านบาท) และเกินดุลกับสหรัฐมากที่สุดที่ 3.27 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 10 ล้านล้านบาท)

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่