posttoday
สั่งงานด้วยเสียงมาแรง

สั่งงานด้วยเสียงมาแรง

25 พฤศจิกายน 2560

เจาะเทรนด์โลก เทคโนโลยีอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียงกำลังได้รับความนิยม แบรนด์ระดับโลกแห่สร้างบทสนทนาหวังช่วยดันยอดขาย

เจาะเทรนด์โลก เทคโนโลยีอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียงกำลังได้รับความนิยม แบรนด์ระดับโลกแห่สร้างบทสนทนาหวังช่วยดันยอดขาย

นางอาภาภัทร บุญรอด ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท กันตาร์ อินไซต์ เปิดเผยว่า แนวโน้มเทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียงจะเป็นเทรนด์ที่มาแรงทั่วโลก เพราะเสียงเป็นสิ่งที่มีความเป็นธรรมชาติมากที่สุดในการสื่อสาร และในอนาคตเทคโนโลยีด้วยเสียง สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองและพัฒนาระบบกระทั่งกลายเป็นผู้ช่วยคนและเพื่อนที่รู้ใจ แนวโน้มคนจะเริ่มมีความสัมพันธ์และการปฏิบัติที่ลึกซึ้งกับเทคโนโลยีเสียงพูด

ทั้งนี้ รายงาน "Speak Easy" สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 6,780 คน ใน 9 ประเทศ อาทิ อังกฤษ ไทย ญี่ปุ่น และจีน พบว่า 50% ของประชากรจะทำการค้นหาข้อมูลผ่านการสั่งงานด้วยเสียงในปี 2563 จากปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่า 20% และผู้ใช้สมาร์ทโฟน 47% ใช้เทคโนโลยีเสียงพูดอย่างน้อย 1ครั้ง/เดือน ที่น่าสนใจ Ovum บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิจัยเทคโนโลยี ประเมินว่าปี 2564 จะมีอุปกรณ์เปิดใช้งานและมีผู้ช่วยดิจิทัลติดตั้งไว้กว่า 7,500 ล้านเครื่อง

ขณะที่การใช้งานผ่านเทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียงมีด้วยกัน 6 มิติ คือ 1.เสียงมีอิทธิพลกับชีวิตฉัน โดย 59% รู้สึกว่าสะดวกสบาย 57% รู้สึกตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า 2.เสียงคือผู้ช่วยคนใหม่ กิจกรรมที่กลุ่มผู้ใช้ในไทยนิยมใช้ อาทิ สั่งด้วยเสียง 56% เพื่อค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ 46% มิติที่ 3 เสียงทำให้ฉันหลงรัก 77% คาดหวังว่าอยากให้เทคโนโลยีเสียงมีความเป็นมนุษย์

สำหรับมิติที่ 4 ความเป็นส่วนตัว 63% กังวลจะถูกองค์กรต่างๆ ได้ยินข้อมูล 5.มีความกล้าๆ กลัวๆ ที่จะใช้ในอนาคต ซึ่ง 87% รู้สึกว่าถ้าบ้านมีเทคโนโลยีเสียงช่วยจัดการชีวิตให้ดีขึ้น โดยคนไทยใช้เสียงเพื่อคุยสนุก 47% หาสูตรอาหาร 38% และมิติที่ 6 เสียงคือนวัตกรรม หากมีการนำใช้เป็นรูปธรรม ซึ่ง 74% ใช้ควบคุมสั่งการเทคโนโลยีห้องพักโรงแรม

น.ส.หรรษา วงศ์สิริพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัล บริษัท เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน กล่าวว่า เทคโนโลยีเสียงพูดในไทยยังมีไม่มาก มีเพียงรถยนต์เอ็มจี ไอโฟน siri แต่คนไทยพร้อมเปิดรับ และแบรนด์สามารถสร้างเป็นเครื่องมือการตลาด โจทย์คือทำอย่างไรให้แบรนด์และสินค้าเข้าไปอยู่ในการสนทนาอย่างไร้รอยต่อ เช่น อเมซอน วอลมาร์ต และทาร์เก็ต เริ่มนำระบบดังกล่าวมาใช้แล้ว เพราะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ซึ่งในไทย อี-คอมเมิร์ซสามารถสร้างระบบดังกล่าวมาใช้ได้

นอกจากนี้ เทคโนโลยีเสียงยังเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ สามารถเชื่อมโยงกับร้านค้า บรรจุภัณฑ์และสื่อโฆษณา เช่น โฆษณาที่มีเสียงพูดแล้วทำให้คนเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ เพื่อเข้าถึงความรู้สึกผู้บริโภคและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ และสิ่งสำคัญสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายได้ อย่างไรก็ตาม ควรสร้างเทคโนโลยีเสียงให้มีคาแรกเตอร์ เสียงและบุคลิกให้เป็นที่จดจำ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่