
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนของญี่ปุ่นในยุคอาเบะ
ปีนี้เป็นปีทองของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นทั่วโลกก็ว่าได้ เพราะดัชนีหลักๆ ต่างปรับตัวบวกกันทุกภูมิภาค
โดย บลจ.กสิกรไทย
ปีนี้เป็นปีทองของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นทั่วโลกก็ว่าได้ เพราะดัชนีหลักๆ ต่างปรับตัวบวกกันทุกภูมิภาค แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นระลอก อาทิ การเลือกตั้งในยุโรป ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงแนวทางการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางประเทศแกนหลักต่างๆ และหนึ่งในภูมิภาคที่เริ่มมีเม็ดเงินไหลเข้าและนักลงทุนทั่วโลกกลับมาให้ความสนใจ (Net Overweight Position) ดังภาพก็คือญี่ปุ่น
หากถามว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้การลงทุนในญี่ปุ่นน่าสนใจ เรื่องแรกคงหนีไม่พ้นผลการเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ กำหนดให้จัดขึ้นก่อนวาระ นับตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่งในปี 2555 พร้อมนำนโยบายธนู 3 ดอก มาเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารประเทศโดยมีเป้าหมายเพื่อนำเศรษฐกิจญี่ปุ่นออกจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยให้ได้ แม้คะแนนความนิยมของอาเบะในบางช่วงเวลาจะลดน้อยลงและเคยลงไปต่ำกว่า 30% ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ แต่ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่พรรคแอลดีพีของอาเบะกวาดที่นั่งไปถึง 283 ที่นั่ง นั้นเกินกว่าครึ่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่ง
แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังมีความเชื่อมั่นต่อแนวทางการบริหารประเทศของอาเบะ อย่างไรก็ดียังคงต้องจับตานโยบายที่อาเบะจะสานต่อโดยเฉพาะด้านการคลังที่จะมีการปรับขึ้นภาษีบริโภคเป็น 10% ตามกำหนดในเดือน ต.ค. 2562
การขึ้นภาษีดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ความกังวลในเรื่องนี้ประกอบกับปัจจัยภายนอก อย่างเช่น ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกทำให้ก่อนหน้านี้ได้มีการเลื่อนการปรับขึ้นภาษีนี้มาแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งหากย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งที่มีการเพิ่มภาษีจาก 5% เป็น 8% ในปี 2557
การใช้จ่ายอุปโภคบริโภคภายในประเทศของประชาชนชาวญี่ปุ่นปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ทางฝั่งนโยบายการเงิน การมอบหมายให้ ฮารุฮิโกะ คุโรดะ เป็นผู้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอีกสมัย ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าอาเบะยังเชื่อมั่นในมาตรการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่เริ่มมีประสิทธิภาพและต้องการให้เกิดการสานต่อทางนโยบาย ความ ต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายทั้งการเงินและการคลัง รวมทั้งความชัดเจนทางการเมืองที่พรรครัฐบาลมีเสียงข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวนี้ ย่อมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่หนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากทั้งในและนอกประเทศ
นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัว ล่าสุดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาส 7 โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการค้าโลกเป็นสำคัญ นับเป็นการขยายตัวบวกติดต่อกันยาวนานรองมาจากสมัยไตรมาส 2 ปี 2542 ถึงไตรมาสแรกปี 2544 ที่ฟื้นตัวในแดนบวกติดต่อกัน 8 ไตรมาส สำหรับตัวเลขการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวชัดเจนก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น เนื่องจากการบริโภคในประเทศนั้นคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของจีดีพี
ด้านตลาดแรงงานที่อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำประมาณ 3% รวมถึงอัตราส่วนเปิดรับตำแหน่งงานต่อผู้สมัครงานที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ในระดับมากกว่า 1 เท่า ซึ่งเป็นสัญญาณของการตึงตัวของตลาดแรงงาน ซึ่งน่าจะนำไปสู่การปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรง ที่เป็นแรงหนุนต่อกำลังซื้อของประชาชนและส่งผลบวกต่อภาคการบริโภคในประเทศ
ตัวเลขผลประกอบการบริษัทจะเห็นว่านักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการผลกำไรมาตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นครึ่งแรกของปีนี้มีการเติบโตมากกว่า 20% รวมถึงผลประกอบการในไตรมาส 3 ที่ทยอยประกาศออกมาอยู่ในระดับค่อนข้างดี คาดการณ์ผลกำไรบริษัทจดทะเบียนโดยรวมน่าจะเติบโตได้สูงกว่า 10% ในปีนี้
ปัจจัยดังกล่าวนับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่น โดย บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น ทั้งในแง่ของมูลค่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และความมีเสถียรภาพทางการเมือง แต่สิ่งที่ผู้ลงทุนต้องจับตามองน่าจะเป็นเรื่องการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนที่ยังคงผันผวนอยู่ รวมถึงศักยภาพของมาตรการทั้งด้านการเงินและการคลังหลังอาเบะ ซึ่งจะเข้ามารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 ไปจนถึงปี 2564 (หากอยู่ครบวาระ)
ดังนั้น ช่วงนี้ผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างโอกาสการลงทุนกับหุ้นญี่ปุ่นก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย







