posttoday
หนุนไทยจับคู่ญี่ปุ่น ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก

หนุนไทยจับคู่ญี่ปุ่น ขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก

24 พฤศจิกายน 2560

วราภรณ์ เทียนเงินองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ร่วมกันจัดงานสัมมนา อินเวสต์ เจแปน (Invest Japan 2017) โอกาสการลงทุนใหม่ๆ และประสบการณ์ตรงจากบริษัทที่ประสบความสำเร็จจัดตั้งธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น

วราภรณ์ เทียนเงิน

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ร่วมกันจัดงานสัมมนา อินเวสต์ เจแปน (Invest Japan 2017) โอกาสการลงทุนใหม่ๆ และประสบการณ์ตรงจากบริษัทที่ประสบความสำเร็จจัดตั้งธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น

ฮิโรยูกิ อิชิเกะ ประธานคณะกรรมการบริหารและซีอีโอ เจโทร สำนักงานใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่นพร้อมเป็นพันธมิตรที่ดีสุดในการร่วมมือขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่ โดยไทยกำลังมุ่งสู่นโยบายประเทศไทย 4.0 และประเทศญี่ปุ่นกำลังขับเคลื่อนนโยบาย โซไซตี้ 5.0 (Society 5.0) ที่มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาสังคมด้วยนวัตกรรม ถือว่ามีความสอดคล้องกัน ทั้งแก้ไขปัญหาสังคมและพัฒนาเศรษฐกิจ จึงสามารถเพิ่มความร่วมมือกันได้

ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคใหม่ ต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิม สู่การทำให้บริษัทไทย ก้าวสู่ผู้นำการไปลงทุนในต่างประเทศและขยายสู่ตลาดโลก บริษัทไทยจะต้องหาพื้นที่ในการสร้างความเติบโตทางธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว และสอดคล้องกับการที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งการไปลงทุนต่างประเทศจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยหลายประเทศใช้แนวทางดังกล่าว ทั้งประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และจีน พร้อมกันนี้ธุรกิจไทยควรมุ่งสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ทั้งนี้ มีบริษัทญี่ปุ่นในไทยจำนวนกว่า 5,500 ราย และบริษัทญี่ปุ่นพร้อมร่วมมือกับบริษัทไทยในการผลักดันบริษัทไทยสู่ตลาดโลก โดยการไปลงทุนใน ต่างประเทศนั้น ประเทศญี่ปุ่นเป็นโอกาสอย่างมากของผู้ประกอบการไทย ทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากการที่ประเทศญี่ปุ่นเตรียมจัดงาน โอลิมปิกและพาราลิมปิกในปี 2563 ทำให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจท่องเที่ยวเติบโต

ต่อมาธุรกิจการลงทุนค้นคว้าวิจัย การคิดค้นเทคโนโลยี ที่บริษัทญี่ปุ่นเชี่ยวชาญสามารถร่วมมือกับไทยได้ และธุรกิจอาหารที่ญี่ปุ่นมีความชำนาญในเทคโนโลยีผลิตและแปรรูปอาหาร สามารถร่วมมือกับไทยเพื่อผลิตและส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งการเข้าไปลงทุนญี่ปุ่น รัฐบาลได้ปรับกฎระเบียบต่างๆ เพื่อสนับสนุนการลงทุน เช่น ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20% การออกกรีนการ์ดให้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญรวดเร็วสุดในโลก และส่งเสริมบุคลากรที่มีความสามารถทำงานในประเทศ

สำหรับธุรกิจไทยได้เข้าไปลงทุนในญี่ปุ่น ปีที่ผ่านมามูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านเยน คาดว่าในอนาคตมีแนวโน้มการลงทุนเพิ่มขึ้น

กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนสู่นโยบาย 4.0 และมุ่งนวัตกรรม รวมถึงมีบริษัทไทยขยายลงทุนไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงในญี่ปุ่นที่มีบริษัทไทยไปลงทุนทั้งอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอาหาร พลังงานทางเลือก ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนอันดับ 4 มูลค่ากว่า 1.1 แสนล้านเยน จำนวน 8 โครงการ โดยไทยเข้าไปลงทุนในญี่ปุ่นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน ต่อจากสิงคโปร์ เชื่อมั่นว่าแนวโน้มการลงทุนของบริษัทไทยในญี่ปุ่นจะต้องเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันไทยต้องการส่งเสริมให้นักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งปีหน้าจะเริ่มการประมูลทั้งสนามบินอู่ตะเภา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง โครงการรถไฟความเร็วสูง

พิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นสามารถร่วมมือขยายธุรกิจสู่ประเทศญี่ปุ่นและผลักดันสู่ตลาดโลก ซึ่งการลงทุนในญี่ปุ่นมีโอกาสทั้งธุรกิจท่องเที่ยวและบริการดูแลสุขภาพ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

หิรัญญา สุจินัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พร้อมส่งเสริมนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยทั้งอุตสาหกรรมดิจิทัล การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงโครงการอีอีซี

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย