posttoday
ชงรื้อแผนบริหารก๊าซฯ

ชงรื้อแผนบริหารก๊าซฯ

23 พฤศจิกายน 2560

ชธ.เดินหน้าทบทวนแก๊สแพลน 20 ปี หลังไทยผลิตได้น้อยลง ขณะที่การใช้ยังขยายตัวต่อเนื่อง

ชธ.เดินหน้าทบทวนแก๊สแพลน 20 ปี หลังไทยผลิตได้น้อยลง ขณะที่การใช้ยังขยายตัวต่อเนื่อง

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรม เชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการทบทวนแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (แก๊สแพลน 2015)ที่จะต้องมีการปรับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงต่างๆ ให้สอดคล้องกับ แนวโน้มความต้องการใช้ในอนาคต ซึ่งยังต้องรอผลสรุปและความชัดเจนของการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2015) รวมทั้งผลการประมูล 2 แหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย คือ เอราวัณ และบงกชว่าจะสามารถรักษาการผลิตก๊าซไว้ ที่ 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันได้หรือไม่

ทั้งนี้ ความต้องการใช้พลังงานในอนาคตจะเปลี่ยนไปตามกระแสของโลก โดยการใช้พลังงานจากฟอสซิล (อีอี) มีแนวโน้มลดลง ขณะที่การใช้พลังงานทดแทน (อาร์อี) จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงด้วย โดยเฉพาะไทยที่มีความสามารถในการจัดก๊าซธรรมชาติในประเทศลดลง ทำให้ต้องหันไปพึ่งพาการ นำเข้าแอลเอ็นจี ซึ่งช่วงปลายแผนพีดีพี ปี 2579 ส่วนสัดส่วนการผลิตจากก๊าซธรรมชาติของไทยจะแค่ 10% เพราะต้องนำเข้าแอลเอ็นจีถึง 90% หรือคิดเป็น 35 ล้านตัน/ปี ปัจจุบันภาครัฐจึงมีอยู่ระหว่างการเปิดเสรีการนำเข้า พร้อมกับทำแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังศึกษาแนวทางการบริหารจัดการก๊าซฯ ต้องสอดคล้องกับ มติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อให้เหมาะสมด้านราคา และปริมาณ รองรับการแข่งขันในกรณีที่มีผู้จัดหาและผู้นำเข้าหลายราย โดยแผนเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการภายในปีนี้คือการแต่งตั้งบุคลากรเพื่อบริหารจัดการแอลเอ็นจีอยู่ภายใต้โครงสร้างการทำงานของ ชธ.

อย่างไรก็ตาม ในระยะเร่งด่วนภายในปี 2561 จะกำหนดสัดส่วนของระยะสัญญาแอลเอ็นจีในประเทศไทย เพื่อราคาที่เหมาะสมและเกิดความมั่นคงสามารถสนับสนุนการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซ การกำหนดเพดานราคา การจัดหาแอลเอ็นจีระยะสั้น (สปอต) ตลอดจนการกำหนดหลักเกณฑ์เปรียบเทียบเพื่อให้มีการอนุญาตนำเข้าสปอตในกรณีที่มีผู้นำเข้าหลายรายกำหนดเพดานราคาควบคุมในการนำเข้าแอลเอ็นจีและกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาและเปรียบเทียบในการนำเข้าแบบสัญญาระยะกลางและระยะยาว

ด้านการดำเนินงานในระยะกลางภายในปี 2563 ตั้งเป้าว่าจะต้องมี พ.ร.บ. บริหารจัดการแอลเอ็นจีเพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับการจัดตั้งแอลเอ็นจี และจัดตั้งกองบริหารจัดการแอลเอ็นจีภายใต้ ชธ.ให้แล้วเสร็จต่อไป

ก่อนหน้านี้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ในขั้นตอนการปรับแก้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) โดยจะทำการเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย (พับลิก เฮียริ่ง) ให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2560 ซึ่งต้องมีความชัดเจนทั้งแนวโน้มของพลังงานฟอสซิลและพลังงานทดแทนที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต หลังจากนั้นจะสรุปร่างพีดีพีใหม่ก่อนสรุปนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมอีกครั้งในเดือน ม.ค. 2561

ด้านกระทรวงพลังงานต้องเปิด เฮียริ่งก่อนที่จะสรุปแผนพีดีพี ซึ่งต้องสอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานของโลก โดยที่ประชุมระดับนานาชาติด้านพลังงานหลายเวทีมีการวิเคราะห์ว่าปี 2573 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ในอุตสาหกรรมพลังงานแบบก้าวกระโดด ดังนั้นจะต้องปรับแผนให้สอดคล้องกับแนวโน้มในอนาคตที่จะเปลี่ยนไป ตลอดจนมีความเหมาะสมกับทิศทางพลังงานของประเทศไทยด้วย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่