
8 เทรนด์อี-คอมเมิร์ซเพื่อเข้าถึงลูกค้า ปี 2018 (จบ)
ธนวัฒน์ มาลาบุปผา มาต่อกันครับกับ 2 เทรนด์สุดท้ายเพื่อเข้าถึงลูกค้าในปี 2018 ที่จะถึงนี้
ธนวัฒน์ มาลาบุปผา
มาต่อกันครับกับ 2 เทรนด์สุดท้ายเพื่อเข้าถึงลูกค้าในปี 2018 ที่จะถึงนี้
7.ทางเลือกในการขนส่งสินค้ามากขึ้น เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
ปีนี้แวดวงโลจิสติกส์เองก็แข่งขันกันรุนแรงตามไปด้วยครับ ธุรกิจไม่ว่ารายใหญ่ รายย่อยต่างพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมชิงส่วนแบ่งตลาดที่คาดว่าจะแตะ 1.4 หมื่นล้านในอีก 3 ปีข้างหน้า ในประเทศไทยเองก็มีผู้เล่นหลายรายก้าวเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผู้เล่นรายเดิมก็พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซทำให้ร้านค้าออนไลน์และธุรกิจโลจิสติกส์ต้องปรับตัว และเร่งสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า โดยเฉพาะด้านการขนส่งสินค้าที่เป็นหน้าด่านหนึ่งในการให้บริการลูกค้า ถ้าลูกค้าไม่ประทับใจ ก็คงเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าจากอี-คอมเมิร์ซรายอื่น ดังนั้น ผู้ประกอบควรเลือกบริการขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าให้ได้ครับ
การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้จัดส่งสินค้า ก็เป็นอีกเทรนด์ที่คาดว่าปีหน้าจะเริ่มเห็นกันมากขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น การจัดส่งอัตโนมัติ รถขนส่งไร้คนขับ และ โดรน อย่างที่จีนเอง อี-คอมเมิร์ซรายใหญ่อย่าง Alibaba และ JD.com ก็มีการพัฒนาโดรนในเรื่องของการรองรับน้ำหนักสินค้าให้ได้มากๆ ซึ่งสิ่งที่ผู้บริโภคจะได้รับก็คือความสะดวกรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าครับ
การเลือกพาร์ตเนอร์ด้านการขนส่งก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระทบต่อความสำเร็จของธุรกิจนะครับ ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยีที่รองรับ ตลอดจนต้นทุนค่าใช้จ่าย ควรเป็นข้อมูลหลักในการตัดสินใจเลือกพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสมกับธุรกิจครับ
8.หลากตัวเลือกการชำระเงิน เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า
ชำระผ่านทางออฟไลน์ เช่น ชำระเงินปลายทางกับพนักงานจัดส่งสินค้าโดยตรงแบบ COD (Cash On Delivery) ชำระผ่านบัตรเครดิต เดบิต กับพนักงาน รวมถึงการชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินต่างๆ
ชำระผ่านทางออนไลน์ เช่น ผ่านบัตรเครดิต/เดบิต ชำระเงินผ่าน PayPal ผ่านระบบ e-Banking ชำระผ่านระบบ Mobile Payment เป็นต้น
สำหรับความเคลื่อนไหวด้านการชำระเงินปี 2017 นี้ ก็มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องนะครับ ไม่ว่าจะเป็น การชำระเงินผ่านแอพ อย่างที่ใช้กับ Amazon หรือ Walmart จะให้ล้ำไปกว่านั้นก็ต้อง 7-11 ที่เกาหลีใต้ครับกับโมเดลต้นแบบ HandPay ที่ใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) โดยใช้มือเราสแกนเพื่อยืนยันตัวตน และชำระสินค้าได้ง่ายๆ
การขยายตัวของช่องทางการชำระเงินก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อความสะดวก และประหยัดเวลา การที่เรามีช่องทางในการชำระเงินที่หลากหลายมีส่วนช่วยในการลด Cart Abandonment ได้นะครับ
อย่างไพรซ์ซ่าเอง ที่เป็นเครื่องมือในการค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา ซึ่งให้บริการ 6 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ก็เพิ่มความสะดวกในการให้ข้อมูลช่องทางการชำระเงินของแต่ละร้านค้า เพื่อที่จะช่วยให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ตามความต้องการ
เรื่องของ e-Payment นั้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยสนับสนุนระบบอี-คอมเมิร์ซ ยิ่งระบบการชำระเงินพัฒนาขึ้นก็ทำให้อี-คอมเมิร์ซไปได้ไกลครับ ซึ่งการชำระเงินในปัจจุบันนั้น รัฐบาลและภาคเอกชนก็ได้เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและผลักดัน เพื่อให้เกิดระบบรองรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น และยังช่วยสนับสนุนอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญในอนาคต
ข้อสำคัญของระบบการชำระเงินก็คือ ความสะดวก และความปลอดภัย ซึ่งถ้าธุรกิจอี-คอมเมิร์ซการันตีตรงนี้ได้ก็จะทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ดีกว่าเดิมครับ n







