
ทำผิดต้องแก้ไข
กระทรวงการคลังได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตใหม่ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยการปรับปรุงระบบภาษีนี้ทางกรมสรรพสามิตชี้แจงว่าเพื่อขยายฐานภาษีเพิ่มรายได้รัฐให้กว้างขึ้น รัฐจะได้รับภาษีมากขึ้น จะทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลงและจะไม่กระทบกับธุรกิจของโรงงานยาสูบ
กระทรวงการคลังได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตใหม่ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยการปรับปรุงระบบภาษีนี้ทางกรมสรรพสามิตชี้แจงว่าเพื่อขยายฐานภาษีเพิ่มรายได้รัฐให้กว้างขึ้น รัฐจะได้รับภาษีมากขึ้น จะทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลงและจะไม่กระทบกับธุรกิจของโรงงานยาสูบ
ทั้งนี้ อัตราภาษีใหม่ได้ปรับเปลี่ยนฐานในการคำนวณภาษีจากราคาหน้าโรงงาน สำหรับสินค้าที่ผลิตในประเทศและราคาซีไอเอฟ สำหรับสินค้านำเข้ามาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ และยังเป็นการจัดเก็บแบบผสมคือ เก็บภาษีตามมูลค่าและปริมาณรวมกัน
แต่เพียง 1 เดือนหลังจากที่ประกาศใช้ภาษีใหม่ ก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แก้ไขกฎหมายเพราะผลออกมาเป็นตรงข้ามกับที่กรมสรรพสามิตคาดการณ์ทั้งหมด เนื่องจากเกิดเรื่องไม่คาดคิดที่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ต่างประเทศที่จำหน่ายบุหรี่นำเข้าได้ลดราคาขายบุหรี่บางยี่ห้อลง แทนที่จะปรับขึ้นอย่างที่กรมสรรพสามิตคาดการณ์ไว้ จึงเท่ากับเข้ามาตีตลาดล่างแข่งขันกับโรงงานยาสูบโดยตรง
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาอีกหลังจากนี้ไปก็คือ การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ค้าบุหรี่จะทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ขึ้นเพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายจากราคา แล้วก็จะทำให้รายได้นำส่งรัฐของโรงงานยาสูบหดตัวลง เพราะโรงงานยาสูบมีรายได้ลดลงและอาจจะขาดทุนในอนาคต
การหายไปของรายได้จากโรงงานยาสูบ อาจจะไม่เป็นเรื่องใหญ่โตในระบบการค้าเสรี ที่เน้นใครใหญ่ใครอยู่ แข่งไม่ได้ก็แพ้ไป แต่จะเป็นเรื่องใหญ่โตเมื่อรายได้ของโรงงานยาสูบ ถูกจัดสรรไปเป็นเงินบำรุงกับกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, องค์การกระจายเสียง ส.ส.ท., เข้าสู่กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นภาษีเพื่อมหาดไทย เป็นภาษีขององค์กรบริหารส่วนจังหวัด ฯลฯ และในอนาคตก็จะมีการนำเงินจากภาษีบาปไปจ่ายให้กับกองทุนคนชรา อีกด้วย หากโรงงานยาสูบขาดทุนหน่วยงานที่ได้รับอุดหนุนเหล่านี้ก็จะไม่ได้รับเงินไปด้วย
นอกจากนั้น ผลกระทบต่อเนื่องยังมีไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ และผู้ประกอบการต่อเนื่องตามไปด้วย ซึ่งรัฐอาจจะต้องคิดถึงผลกระทบลูกโซ่ที่ตามมาหากไม่มีวิธีการจัดการกับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นและ อาจจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหากยังคงตะแบงใช้ภาษีต่อไปทั้งที่เห็น ปัญหาแล้ว
เรื่องนี้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตแก้ไขด่วน ซึ่งกรมสรรพสามิตระบุว่ามี 2 แนวทางที่จะแก้ไขคือการรื้อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ หรือการจ่ายเงินชดเชยให้กับโรงงานยาสูบ ซึ่งนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิตระบุว่า การรื้อโครงสร้างภาษีทำไม่ได้
สำหรับการจ่ายเงินชดเชยให้โรงงานยาสูบนั้น หากพิจารณาตาม ข้อเท็จจริงก็จะเห็นว่าทำไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะการจ่ายเงินชดเชยก็จะผิดหลักการค้าเสรีเป็นการอุดหนุนการค้า และจะจ่ายเงินค่าเสียหายอย่างไร
นี่เป็นตัวอย่างของความไม่รอบคอบในการปรับปรุงกฎหมายภาษี หากรัฐแก้ไขแล้วทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีและรัฐได้รับผลกระทบ ก็ควรจะมีการทบทวนอย่างรวดเร็วเพื่อจำกัดความเสียหายไม่ให้เพิ่มขึ้นหากยังคงตะแบงใช้ภาษีต่อไป
เรื่องนี้เป็นเรื่องของความเสียหายที่ไม่จำเป็นต้องคิดว่าเสียหน้า หากผิดแล้วยอมรับและแก้ไข จึงจะนับว่ากล้าหาญ n







