
หุ้นโกยกำไร7แสนล.
ตลาดหุ้นไทยยังสดใส บจ.ทำกำไร 9 เดือน 7.08 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 3.74% นักวิเคราะห์เชื่อต่างชาติไม่เทขายขนเงินออก
ตลาดหุ้นไทยยังสดใส บจ.ทำกำไร 9 เดือน 7.08 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 3.74% นักวิเคราะห์เชื่อต่างชาติไม่เทขายขนเงินออก
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยผลประกอบการ 9 เดือน ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ว่า บจ.มีกำไรสุทธิรวม 7.08 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายรวม 7,977,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%
ทั้งนี้ บจ.มีกำไรขั้นต้นรวม 1,899,818 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.25% ผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ได้รับผลบวกจากยอดขายที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ บจ.มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.81% ลดลงเมื่อเทียบกับ 24.89% ของช่วงเดียวกันในปีก่อน
"ในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลต่อยอดขายในไตรมาส 2 และ 3 และต่อความสามารถการ ทำกำไร โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจภาค การผลิตและภาคบริการ เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตและการขายปรับสูงขึ้น หมวดธุรกิจที่มียอดขายและกำไรสุทธิเติบโตได้ดีทั้งในงวด 9 เดือนและไตรมาส 3 คือ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดพาณิชย์ และหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์" นายสันติ กล่าว
สำหรับไตรมาส 3/2560 บจ. มีกำไรสุทธิ 207,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มียอดขายรวม 2,011,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.66% มีกำไรขั้นต้น 656,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.82% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 24.61% เมื่อเทียบกับ 23.91% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โครงสร้างเงินทุนของ บจ.ยังคงแข็งแรง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.19 ลดลงจาก ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1.25 เท่า
ด้านผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ช่วง 9 เดือนแรกปี 2560 บจ. mai มีกำไรสุทธิ 2,920 ล้านบาท ลดลง 34.37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และในไตรมาส 3/2560 มีกำไรสุทธิ 593 ล้านบาท ลดลง 56.81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 22.08% จากไตรมาส 2/2560
นายสรพล วีระเมธีกุล หัวหน้าฝ่ายวิจัยดิจิทัลและนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุนเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นของประเทศอื่นในภูมิภาค เนื่องจากการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ยังสูง
"จากแนวโน้มที่ดีขึ้นของภาวะเศรษฐกิจ ทำให้มองว่านักลงทุน ต่างชาติคงขายหุ้นออกอีกไม่มากแล้ว จากเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ขายไปราว 1.5 หมื่นล้านบาท แต่เชื่อว่ายังไม่มีการนำเงินออกไปจากไทย เพียงแต่ไปพักเงินไว้ที่ตลาดพันธบัตร (บอนด์) ระยะสั้น 3-6 เดือน สะท้อนจากมีการซื้อลงทุนในบอนด์ระยะสั้นสูงกว่า 9,000 ล้านบาท เพราะดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเกินดุล บวกกับค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น คาดว่าเงินที่พักในบอนด์จะกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นต่อ ซึ่งปกติในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ต่างชาติมักขายสุทธิ แต่ปัญหาความไม่แน่นอนของการเมืองโลกอาจทำให้แนวโน้มเงินลงทุนยังไหลเข้าและต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกในเดือน ม.ค. 2561" นายสรพล กล่าว







