
Multi-Asset เทรนด์ใหม่ ลดเสี่ยง-เพิ่มโอกาส
ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์ปี 2560 นับเป็นปีที่นักลงทุนยิ้มได้กันถ้วนหน้า จากอัตราผลตอบแทนการลงทุนดีขึ้นอย่างน่าพอใจในสินทรัพย์เกือบทุกประเภท ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและดัชนีตลาดหุ้นไทยทะยานเหนือ 1,700 จุดได้เสียที หลังจากที่รอคอยตัวเลขนี้กันมานาน
ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ปี 2560 นับเป็นปีที่นักลงทุนยิ้มได้กันถ้วนหน้า จากอัตราผลตอบแทนการลงทุนดีขึ้นอย่างน่าพอใจในสินทรัพย์เกือบทุกประเภท ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและดัชนีตลาดหุ้นไทยทะยานเหนือ 1,700 จุดได้เสียที หลังจากที่รอคอยตัวเลขนี้กันมานาน
หลังเก็บเกี่ยวผลกำไรได้พอควร ที่ปรึกษาการลงทุนค่ายต่างๆ เริ่มให้คำแนะนำให้ปรับน้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์ซิตี้ แนะนำว่า นักลงทุนควรรักษาผลกำไรของ ตัวเอง โดยการปรับสมดุลและกระจายพอร์ตการลงทุนในช่วงไตรมาส 4 นี้ ก่อนมองหาโอกาสเติบโตใหม่ๆ ในปี 2561
"สถานการณ์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและผลประกอบการของกิจการในปี 2561 จะมีการขยายตัวในอัตรา 3.4% และ 9% ตามลำดับ เชื่อว่ายังมีโอกาสสำหรับนักลงทุน อยู่ โดยให้น้ำหนักไปที่ตลาดเกิดใหม่และตลาดตราสารทุนกลุ่มยูโรโซน" นักวิเคราะห์ซิตี้ ระบุ
บลจ.แฟรงคลิน เทมเพิลตัน สหรัฐ อเมริกาชี้ว่า การลงทุนแบบมัลติ-แอสเซท (Multi-Asset) เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการ กระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะกองทุนมัลติ-แอสเซท ที่มีผู้จัดการกองทุนคอยปรับสมดุลให้เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงที่สุดเหมาะสมกับลูกค้ารายย่อยที่ไม่มีเวลา
ริคกี้ ชาว ผู้อำนวยการฝ่ายมัลติ- แอสเซท โซลูชั่นส์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บลจ.แฟรงคลิน เทมเพิลตัน สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า การลงทุนแบบมัลติ-แอสเซท จะช่วยพยุงให้ผลตอบแทนฟื้นตัวเร็ว หากอยู่ในช่วงติดลบ และมีโอกาสช่วยเพิ่มผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยง (Risk-Adjusted Returns) ได้มากกว่า
ยกตัวอย่างในช่วงที่ตลาดหุ้นโลกติดลบ 41% เมื่อปี 2008 กองทุนแบบมัลติ-แอสเซท จะติดลบเพียง 23% หรือช่วงตลาดบอนด์โลกผลตอบแทนต่ำจากนโยบายการเงินผ่อนคลายเมื่อปี 2013 ที่ติดลบ 2.6% กองทุนแบบมัลติ-แอสเซท กลับมีผลตอบแทนเติบโต 9.5%
บลจ.แฟรงคลิน เทมเพิลตัน วางธีมการลงทุน 3 เรื่อง คือ เศรษฐกิจโลกโตต่อเนื่อง ปิดความเสี่ยงจากแรงกดดันเงินเฟ้อ และเลือกธุรกิจที่มีวงจรอยู่ในแนวโน้มดี โดย เทมเพิลตันชอบหุ้นตลาดโลก (Global Equities) และสินค้าโภคภัณฑ์มากกว่าตราสารหนี้ประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะหุ้นทุกประเทศ ยกเว้นสหรัฐ เพราะราคายังไม่แพง เพ่งเล็งในตลาดเกิดใหม่ทั้งเอเชียและโลก เลือกบอนด์อายุสั้น ผลตอบแทนสูง
สำหรับการลงทุนในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีกลยุทธ์รองรับตลาดผันผวนได้ดี มีการเพิ่มหุ้น ลดตราสารหนี้ เพื่อรับตลาดดอกเบี้ยขาขึ้น โดยในระยะต่อไปแนะนำให้กระจายความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงหลากหลายสินทรัพย์ แต่ควรกระจายหลายประเทศ
กองทุน "เน็กซ์สเต็ป ซีรี่ส์" กองทุนประเภทมัลติ-แอสเซท เป็นทางเลือกการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ และได้รับผลกระทบจากความผันผวนน้อยที่สุด ตอบโจทย์นักลงทุนรายย่อยที่เข้าไม่ถึงผู้เชี่ยวชาญทางการเงินได้เท่ากับนักลงทุนสถาบัน โดยมี 3 กองทุน ได้แก่
1.กองทุน Franklin NextStep Stable Growth Fund โดยกลยุทธ์การลงทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง หรือนักลงทุนที่ต้องการลดความผันผวนของตลาด หรือผู้ที่ต้องการลงทุนเป็นระยะเวลาสั้น เช่น ผู้เกษียณอายุ โดยมีหุ้นประมาณ 10-30% และบอนด์ 70-90% ประมาณการอัตราผลตอบแทน 11.9%
2.กองทุน Franklin NextStep Balanced Growth Fund เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง คาดหวังผลตอบแทนที่เติบโตในระยะยาว และต้องการกระจายการลงทุนแบบสมดุลเพื่อผลตอบแทนและความเสี่ยงโดยรวม โดยมีหุ้นราว 45-65% และบอนด์ 35-55% ประมาณการอัตราผลตอบแทน 21.8%
3.กองทุน Franklin NextStep Dyna mic Growth Fund เป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว สามารถยอมรับความผันผวนของตลาดและความเสี่ยงได้ในระดับสูง โดยมีหุ้น 60-80% และบอนด์ 20-40% ประมาณการอัตราผลตอบแทน 26.5%
ภายใต้ความผันผวนที่มากขึ้น รูปแบบการลงทุน มัลติ-แอสเซท จึงน่าศึกษาไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง







