posttoday
ครม.ใหม่ปรับเพื่อประเทศหรือใคร

ครม.ใหม่ปรับเพื่อประเทศหรือใคร

16 พฤศจิกายน 2560

ดร.ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยโผปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)เป็นกระแสต่อเนื่องมาสองสัปดาห์เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดอยู่ในขณะนี้ ปรากฏอยู่ในข่าวของสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ รวมทั้งโหรชื่อดังต่างออกมาจัดโผรัฐมนตรีวิพากษ์วิจารณ์กันแบบรายวัน จนนายกฯ ต้องออกมาปรามให้เบาๆ หน่อย

ดร.ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

โผปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)เป็นกระแสต่อเนื่องมาสองสัปดาห์เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุดอยู่ในขณะนี้ ปรากฏอยู่ในข่าวของสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ รวมทั้งโหรชื่อดังต่างออกมาจัดโผรัฐมนตรีวิพากษ์วิจารณ์กันแบบรายวัน จนนายกฯ ต้องออกมาปรามให้เบาๆ หน่อย

ทำไมการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 จึงได้รับความสนใจแทรกข่าวดังๆ เช่น 6 คำถามนายกฯ ซึ่งให้กระทรวงมหาดไทยไปรับฟังคำตอบจากประชาชน ปลายสัปดาห์คงลุ้นว่าจะมีคนออกมาตอบคำถามมากน้อยเพียงใด อีกข่าวซึ่งดูเหมือนจะดังกว่า คือ วีรกรรมของ "ตูน บอดี้สแลม" เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมไทย ที่ศิลปินนักร้องวิ่งหารายได้ช่วย โรงพยาบาลได้รับการตอบรับมากมายขนาดนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาคนไทยอัดอั้นอะไรพอสมควร ซึ่งจังหวะของพี่ตูน ออกมาตรงใจของผู้คน เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยจะได้ยิ้ม

กลับมาเรื่องการปรับ ครม.ซึ่งแต่ละแหล่งข่าวรายชื่อตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง แต่ที่เหมือนกันคือรัฐมนตรีซึ่งเป็นแคนดิเดตล้วนเป็นอดีตข้าราชการระดับปลัดกระทรวง และที่ขาดไม่ได้คือนายพลทั้งหลายในรัฐบาล คสช.ส่วนใหญ่ยังไม่ไปไหน เพียงแต่ปรับเปลี่ยนกระทรวงเท่านั้น

ใครที่คาดหวังว่าโค้งสุดท้ายของรัฐบาลจะมีอะไรใหม่ๆ อาจไม่ได้เห็น เพราะกลุ่มเหล่านี้ซึ่งยอมรับว่าเป็นคนดีมือสะอาดทั้งนั้น แต่เรื่องการคิดหรือนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ "Quick Win" คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การทำงานคงเหมือนเดิมทำตามแผนงานของแต่ละกระทรวงที่ข้าราชการได้วางไว้หรือพูดง่ายๆ คือ ทำเหมือนเดิม เพียงแต่เอางานของปลัดกระทรวงมาให้รัฐมนตรีทำเท่านั้น

ครม.ใหม่ซึ่งอาจประกาศแล้วหรืออย่างช้าคงอีกไม่กี่วันคงได้เห็น ไม่ว่าใครจะมาหรือไป คงไม่ใช่นัย เพราะเพียงเข้ามาขับเคลื่อนสานต่อของเดิมหรือเอามาเสริมท่านเดิมซึ่งทำงานไม่ทันใจหรือเฉื่อยไปบ้าง แต่กระทรวงซึ่งเป็นที่สนใจและเป็นสีสันมากที่สุดคงไม่พ้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเกษตรกรทั้งชาวนาและชาวประมงยกขบวนมาให้ดอกไม้ชูป้ายไม่ให้ย้ายเจ้ากระทรวงไปไหน แถมขู่ว่าหากเปลี่ยนรัฐมนตรีได้เห็นดีแน่นอน หากเป็นผมคงอึดอัดพอสมควร เพราะไม่รู้ว่านายกฯจะคิดอย่างไรกดดันทั้งตัวผู้ปรับและ ตัวคนที่จะถูกปรับ

การปรับ ครม.ของรัฐบาลในอดีตที่มาจากการเลือกตั้งเน้นที่ความมั่นคงของรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีต้องผลัดกันเป็น อีกทั้งรัฐมนตรีมาจากต่างพรรคแม้แต่ในพรรคเดียวกันยังมีหลายมุ้งต่างมีฐานเสียงจำนวนมาก มีการ ต่อรองทั้งด้านโควตาและผลประโยชน์การปรับจึงมักมีแรงกระเพื่อมต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ขณะที่รัฐบาลนี้มาจากทหาร รัฐมนตรีล้วนเป็นเพื่อนพ้องร่วมรุ่นหรือเป็นพี่เป็นน้อง ซึ่งเสี่ยงเข้ามาร่วมแก้ปัญหาของประเทศ การปรับคงง่ายกว่าเยอะ พวกน้อยใจนิดๆ คงมีบ้างส่วนพวกอดีตข้าราชการที่ดึงเข้ามาช่วยเป็นรัฐมนตรีการปรับย้ายหรือปรับออกคงไม่มีผลอะไร เพราะเป็นลาภยศที่ไม่ได้คาดฝันมาก่อน ดังนั้นการปรับ ครม.ครั้งนี้จึงไม่มีผลกระทบใดๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่นายกฯ ประยุทธ์ เพียงท่านเดียว

อย่างไรก็ตาม หวังว่ารัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่หรือผู้ที่ไม่ได้ปรับออกยังอยู่ที่เดิมหรือโยกไปกระทรวงอื่นคงไม่สำคัญ เวลาเหลือไม่มากประชาชนคาดหวังพวกท่านไว้สูงมากๆ ต้องเร่งการทำงานสร้างผลงานและต้องไม่ลืมว่าโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ก่อนการเลือกตั้ง คือ ความขัดแย้งปรองดองของคนในประเทศ ซึ่งยังยึดติดกับกลุ่มกับสี ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขนาดผมไปต่างจังหวัดยังได้รับข้อมูลเหล่านี้ ที่สำคัญแกนนำกวนเมืองยังซุ่มอยู่ การที่ไม่กล้าแสดงตัวเพราะกลัวถูกจับไปปรับทัศนคติ และ มีแนวโน้มหลังเลือกตั้งสภาวะวุ่นๆ แบบเก่าๆ จะกลับมาอีก

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ ปัญหาปากท้องคนจนยังเต็มบ้านเต็มเมืองและมากกว่าเก่า ขนาดขอให้สภาอุตสาหกรรมฯ รับคนมีรายได้น้อยไปทำงานให้ได้หนึ่งล้านคน ทั้งที่ตัวเลขการว่างงานของประเทศมีแค่สี่แสนกว่าคนเท่านั้น ที่สำคัญพวกอุตสาหกรรมเขาขาดแรงงานอยู่แล้วคงไม่ต้องไปขอ แต่ต้องมาดูว่าทำไมคนกลุ่มนี้ไม่มีงานทำอาจเป็นแรงงานไม่มีทักษะ แรงงานสูงอายุ หรือเป็นพวกชอบอิสระ ไม่ชอบทำงานประจำ เรื่องการแก้ปัญหาคนจนคงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ดังนั้น การทำงานจากนี้ไปจึงต้องตอบโจทย์เหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อให้เป็นเพียงภาพลักษณ์หรือให้รัฐบาลมั่นคงเพราะไม่มีฝ่ายค้านที่จะเอาท่านไปไหนได้ อย่าให้ประชาชนผิดหวัง คิดอะไร ทำอะไรใหม่ๆ ให้เห็นผลงานวันนี้พรุ่งนี้จับต้องเห็นเป็นรูปธรรมชัดๆ ไม่ใช่เข้ามาเป็นเพียงพระอันดับ รัฐมนตรีบางท่านอยู่มา 3 ปีเศษยังไม่รู้จักชื่อ หรือหากสวนกันยังจำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำไป ที่ผ่านมาเห็นแต่ท่านนายกฯ ลุงตู่ พูดและเหนื่อยอยู่คนเดียว

ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาลภายใต้ความท้าทายของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกซึ่งยังมีความเสี่ยงจากปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค ความผันผวนของราคาน้ำมัน ขณะที่ เศรษฐกิจในประเทศดูเหมือนว่าจะฟื้นตัวแต่เศรษฐกิจยังคงเป็นลักษณะแข็งนอกแต่อ่อนใน รายได้ยังกระจุกตัวทำให้การบริโภคไม่ฟื้น ทั้งหมดล้วนเป็นภาระหน้าที่ของผู้ซึ่งเป็นรัฐมนตรีจะต้องเข้ามาแก้ปัญหา โดยไม่ยึด กรอบเดิมๆ ไม่ทำงานรายวัน การปรับ ครม.ต้องตอบโจทย์ของประเทศเพื่อประชาชน ไม่ใช่เอาใจแต่นาย...นะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย