
ผลการดำเนินงานของเศรษฐกิจไทย
ผศ.ดร.สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุขคณะพัฒนาการเศรษฐกิจสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)www.econ.nida.ac.th; [email protected]คงจะเป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางแล้วว่าเศรษฐกิจไทยสำหรับปีนี้ (2560) น่าจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี อาจจะดีกว่าการคาดหมายของหลายๆ สำนักเมื่อตอนต้นปี (หรือทุกสำนักเลยก็ว่าได้) โดยมองกันว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะมีการขยายตัวได้ในกรอบ 3.8-4%
ผศ.ดร.สันติ ชัยศรีสวัสดิ์สุขคณะพัฒนาการเศรษฐกิจสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)www.econ.nida.ac.th; [email protected]
คงจะเป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางแล้วว่าเศรษฐกิจไทยสำหรับปีนี้ (2560) น่าจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี อาจจะดีกว่าการคาดหมายของหลายๆ สำนักเมื่อตอนต้นปี (หรือทุกสำนักเลยก็ว่าได้) โดยมองกันว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะมีการขยายตัวได้ในกรอบ 3.8-4%
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ มากกว่าการคาดหมายมีสาเหตุสำคัญจาก 3 ส่วนด้วยกัน 1) การเพิ่มขึ้นของการส่งออก ซึ่งเดิมทีคาดว่าจะ ไม่สามารถขยายตัวได้มาก หรืออาจจะไม่ขยายตัว 2) การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการท่องเที่ยวจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในช่วงต้นปียังมีความกังวลอยู่ว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงแค่ไหนจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ปรากฏว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมีไม่มากหรือแทบจะไม่มีเลย และ 3) เป็นผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ของภาครัฐ ทำให้มีการคาดหมายกันต่อไปอีกว่า ในปีหน้าเศรษฐกิจไทยก็จะสามารถเติบโตได้ดีอีกต่อไป หรืออาจจะเติบโตได้ในอัตราที่สูงกว่าปีนี้อีกก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคำถามสำคัญที่จะมีนัยต่อการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศ คือ การขยายตัวทางเศรษฐกิจนี้จะเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Sustainable Growth) หรือเป็นการเติบโตเพียงชั่วคราว จากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในระยะสั้น หรือถึงเวลาหรือยังที่การดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจจะให้น้ำหนักกับเป้าหมายการพัฒนาในระยะยาวมากกว่าเพียง เป้าหมายการขยายตัวในระยะสั้น
เมื่อพิจารณาจากปัจจัยหลักที่ ขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจในเกณฑ์ที่ดีของปีนี้ก็พอจะบอกได้ว่า แนวโน้มการขยายตัวในปี ต่อไปก็น่าจะอยู่ในอัตราที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมองว่าการส่งออกน่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และตลาดส่งออกสำคัญของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่รองรับสินค้าส่งออกจากไทย เศรษฐกิจญี่ปุ่น สหภาพยุโรป รวมทั้งสหรัฐ ที่มีการขยายตัวมากขึ้นสนับสนุนให้การส่งออกของไทยปรับ เพิ่มขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของการส่งออกไม่ได้มีความชัดเจนว่าเกิดขึ้นจากการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของสินค้าส่งออกไทย จึงยังมีแนวโน้มความไม่แน่นอนอยู่มากที่จะรักษาระดับการขยายตัวของการส่งออก หรือจะมีอัตราการส่งออกที่เพิ่มขึ้นได้เพียงใด อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของการส่งออกเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ (Global Demand) ซึ่งมีแนวโน้มจะผันผวนได้มาก ในส่วนของรายได้จากการท่องเที่ยวนั้น ก็มีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ในปีต่อไป โดยคาดหมายว่าจะมีจำนวน นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือนประเทศไทยมากขึ้น เศรษฐกิจไทยก็จะได้รับอานิสงส์จากรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สนับสนุนให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้
ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า โดยโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยภายนอกประเทศ บทบาทของภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศยังเป็นกลไกหลักที่จะบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีมากน้อยเพียงใด ถ้าสภาวะทางเศรษฐกิจเป็นไปตามปกติ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็คงจะอยู่ในช่วง 3-4% ได้ โดยที่ภาครัฐไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ กล่าวคือถ้าภาครัฐไม่มีการดำเนินมาตรการเป็นพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทยก็น่าจะขยายตัวได้ 3-3.5% และถ้าภาครัฐดำเนินมาตรการเป็นพิเศษ ก็อาจสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ในกรอบ 3.5-4% ได้ ดังนั้นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณ 3-4% น่าจะเป็นการขยายตัวตามศักยภาพทางเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
ประเด็นที่น่าสนใจต่อไป คือ ถ้าเศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ตามศักยภาพแล้ว เป้าหมายของการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจยังควรจะต้องให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก หรือควรจะต้องให้ความสำคัญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอื่นๆ ของประเทศมากขึ้น เช่น ปัญหาด้านการลงทุนที่ยังมีสัดส่วนน้อยในองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ปัญหาความเหลื่อมล้ำและการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ในขณะที่เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตในอัตราที่สูงขึ้นเปรียบเทียบกับการเติบโตในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายปี ปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจกลับบ่งชี้ไปในทิศทางที่การเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นอาจเป็นการ ซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำและ การกระจายรายได้ให้แย่ลง
การขยายตัวของการส่งออกเป็นการขยายตัวในบางกลุ่มสินค้าเท่านั้น และการขยายตัวนั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเพิ่มกำลังการผลิตจนถึงระดับที่จะกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนได้ ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือการเติบโตของการส่งออกจึงตกอยู่ผู้ประกอบการในบางกลุ่มอุตสาหกรรม และส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ผลของการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงไม่กระจายลงไปสู่กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง และกลุ่ม ผู้มีรายได้น้อย
นอกจากนี้ ยังพบว่า แม้เศรษฐกิจจะมีการขยายตัวได้ดี ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงตกต่ำ และเนื่องจากโครงสร้างแรงงานของประเทศยังมีแรงงานในภาคเกษตรกรรมถึงกว่า 40% แสดงว่า รายได้ของแรงงานกว่า 40% ของประเทศยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ได้เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีงานศึกษาที่แสดงว่ารายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2.15 ล้านล้านบาท เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ คิดเป็นร้อยละ 38 ภาคใต้ ร้อยละ 32 (เป็นรายได้จากภูเก็ต 377,878 ล้านบาท) ภาคกลาง ร้อยละ 13(เป็นรายได้จากชลบุรี 206,271 ล้านบาท)ต่ำที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นเพียงร้อยละ 3 ดังนั้น อานิสงส์ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพราะการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยวจึงกระจุกตัวผู้เพียงบางพื้นที่
เมื่อพิจารณาจากปัจจัยทั้งสองตัว ก็จะเห็นได้ว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะมีการขยายตัวได้ดี แต่การขยายตัวนั้นตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำและการกระจายรายได้ให้ช่องว่างรายได้ระหว่างคนจนกับคนรวยกว้างมากขึ้น
ช่องว่างระหว่างความเจริญทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมมีแนวโน้มที่จะเปิดกว้างมากขึ้น มาตรการทางเศรษฐกิจที่มีการผลักดันทั้งในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการส่งเสริมหรือดึงดูดการลงทุนภายใต้โครงการพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ล้วนแต่เป็นการสนับสนุนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่าพื้นที่อื่นอยู่แล้ว
แต่กลับละเลยการพัฒนาพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศที่มีความด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่า และได้รับประโยชน์น้อยกว่ามากจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เข้าทำนองว่า เศรษฐกิจยิ่งโต ความเหลื่อมล้ำยิ่งมากขึ้น หรืออาจจะกล่าวได้ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้โดยเฉลี่ยของคนในประเทศ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงมี รายได้เท่าเดิม หรือลดลง (ในกรณีของเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ)
คงจะดีไม่น้อยถ้าภาครัฐจะได้เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาอื่นๆ บ้าง โดยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มากกว่าการคิดถึงนโยบายเพียงแค่ จะแจกเงินให้คนจนอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพ หรือออกมาตรการที่ใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการจูงใจให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากกว่าโดยไม่คำนึงถึงหนี้ของภาคครัวเรือนที่พอกพูนอยู่และ ยังไม่เห็นแนวทางว่าจะปรับลดลงได้อย่างไร







