posttoday
‘พสุ’ มือปั้นเอสเอ็มอี สู่ยุค 4.0

‘พสุ’ มือปั้นเอสเอ็มอี สู่ยุค 4.0

19 พฤศจิกายน 2560

ก้าวขึ้นรับตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมป้ายแดง "พสุ โลหารชุน"

โดย ดวงนภา ประเสริฐพงษ์

ก้าวขึ้นรับตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมป้ายแดง "พสุ โลหารชุน" แม้จะเป็นตำแหน่งใหม่แต่ก็สะสมไปด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในแวดวงภาคอุตสาหกรรม มากว่า 30 ปี โดยเฉพาะเป็นผู้บริหารคนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันเพื่อสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ เรียกได้ว่า คลุกคลีกับคำว่า เอสเอ็มอี มาตลอดชีวิตการทำงาน

"ภารกิจสำคัญในการทำงานของผมในฐานะปลัดกระทรวงคือ ต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กให้เขาอยู่ในธุรกิจได้ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ทำงานมาก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของเอสเอ็มอีไทยมาโดยตลอด เห็นตั้งแต่ยังเป็นธุรกิจห้องแถวจนทุกวันนี้หลาย รายเก่งแล้วและเริ่มใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น ถือเป็น เรื่องที่น่ายินดี" ดร.พสุ กล่าว

ดร.พสุ เล่าว่า ตนเริ่มรับราชการในกระทรวงอุตสาหกรรมประมาณ ปี 2530 หน่วยงานแรกที่เริ่มทำงานคือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ขณะนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นมีความร่วมมือ กับรัฐบาลไทยในการส่งเสริม ผู้ประกอบการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนพลาสติกให้มีความเข้มแข็งในการดำเนินงานเพื่อเป็นห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) ของอุตสาหกรรมไฟฟ้า ยานยนต์ และพลาสติก เป็นต้น

ทั้งนี้ ต้องถือว่าช่วงปี 2530-2531 เป็นช่วงที่ ได้ทำงานคลุกคลีกับเอสเอ็มอีมากที่สุดช่วงหนึ่ง เนื่องจากมีบริษัทจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยเป็นจำนวนมาก การพัฒนาซัพพลายเชนเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมหลักจึงกลายเป็นงานสำคัญและท้าทาย ทำให้เข้าใจถึงการทำงานของผู้ประกอบการรายเล็กและแนวทางในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ปัจจุบันความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอี ในยุคแรกที่รัฐเพิ่งเริ่มให้การสนับนุน เมื่อเทียบกับยุคที่เอสเอ็มอีกำลังปรับตัวเพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 มีความแตกต่างกันมาก เพราะในยุคแรกยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตมากเท่กับปัจจุบัน ทำให้ความสามารถในการแข่งขันมีไม่เพียงพอ แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการก้าวทันการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเข้าถึงหัวใจหลัก คือ การบริหารจัดการด้านบุคคล การบริหารองค์กร และการ ใช้ดิจิทัลมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา

ดร.พสุ กล่าวว่า ช่วงหนึ่งในชีวิตได้เข้าไปทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในตำแหน่งรองเลขาธิการบีโอไอ โดยมีส่วนผลักดัน ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก มีบทบาทในการขอส่งเสริมการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากในอดีตการ ขอส่งเสริมการลงทุน จะเน้นไปที่อุตสาห กรรมขนาดใหญ่ แต่เมื่อผลักดันให้รายเล็กมีโอกาสเข้าถึงการ ส่งเสริมก็มีส่วนช่วยให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว นโยบายที่สำคัญที่จะเร่งดำเนินการคือ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะการดูแลเอสเอ็มอีที่ ทำมาโดยตลอด และเร่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ถึงแม้จะมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ยืนยันว่าจะสามารถอนุมัติเงินช่วยเหลือได้ครบถ้วนภายในปีนี้อย่างแน่นอน ขณะที่งานด้านอื่นยังติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม

"ที่ผ่านมาการทำงานก็รับผิดชอบหลากหลายหน้าที่ แต่ส่วนใหญ่ก็คือเรื่องเอสเอ็มอี เพราะทำมา ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการที่กระทรวง เห็นการเปลี่ยนผ่านมาหลายช่วง ก็รู้สึกว่าดีที่วันนี้มีการปรับตัวกันมากขึ้น รองรับการก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 แต่แม้จะเปลี่ยนมากี่ช่วงก็ไม่ได้รู้สึกว่าการทำงานมีความกดดันอะไร ตรงกันข้ามถ้ามองอุปสรรคเป็นความท้าทายก็จะทำให้เราสนุกกับการทำงานมากขึ้นและพยายามแก้โจทย์ที่ได้รับให้ออกมาดีที่สุด" ดร.พสุ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน