สยามสแควร์รำลึก
เมื่อปี 2516 ผมเช่าชั้น 3 ของบริษัท เครื่องกีฬา ตรานกอินทรี ของคุณยง อุทิศกุล ที่ปากซอยสยามสแควร์ ซอย 2 เป็นสำนักงานสัก กอแสงเรือง
เมื่อปี 2516 ผมเช่าชั้น 3 ของบริษัท เครื่องกีฬา ตรานกอินทรี ของคุณยง อุทิศกุล ที่ปากซอยสยามสแควร์ ซอย 2 เป็นสำนักงานสัก กอแสงเรือง
ผมมอบหมายให้พรรคพวก ทำป้ายสำนักงาน มีข้อความว่า
สำนักงานสัก กอแสงเรือง
ทนายความ-บัญชี-ธุรกิจ
คนทำป้ายไปสำรวจแล้ว บริเวณนั้น มีโรงหนังลิโด้ โรงหนังสยาม และโรงหนักสกาลา ป้ายโรงหนังใหญ่โตมาก คนทำป้าย จึงทำป้ายสำนักงานให้ผม มีขนาด สูง 3 เมตร กว้าง 12 เมตร ป้ายสำนักงานของผม จึงเป็นป้ายสำนักงานทนายความที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ผมขออนุญาต จากจุฬา ต่อเติมชั้นดาดฟ้าเป็นที่พัก สำนักงานและที่พักอยู่ที่เดียวกัน จึงสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง ไม่กลัวรถติด
ชีวิตมีความสุขมาก เพราะสยามสแควร์มีร้านอาหารมากมาย มีภัตตาคารเล่งหงษ์ ห้องอาหารไออาต้า-สีฟ้า ฯลฯ ตั้งแต่ ซอย 2 ถึง ซอย 6 นับไม่ถ้วน กินเป็นเดือนยังไม่ซ้ำ มีร้านตัดผมโดยช่างสตรี บัวสวรรค์ อยู่ซอย 5 มี สุทโธบาร์เบอร์ ช่างมือหนึ่งชื่อแวว ข้างสำนักงานมี หูฉลามสกาลา ผมใช้บริการรบ่อย รอบดึก ใส่รองเท้าแตะไปดูหนังได้ 3 โรง ถ้าวันไหนไม่ต้องไปศาล ตื่นสายได้ ตื่นแล้ว อาบน้ำ แต่งตัว เดินจากบ้านพักลงมาทำงาน
สมัยนั้น มีบังชาวอินเดีย เป็นยามเฝ้าอยู่ปากซอย อาบัง มี รายได้ดี แต่ละวันได้ ค่าทิปจอดรถ ดีกว่าคนทำงานทั่วไปเสียอีก เมื่อเก็บเงินได้มากพอ อาบังก็หยุดงาน 1 ปี กลับอินเดียผมถามบังว่า ทำไมกลับไปนาน บังตอบว่า ต้องอยู่ รอลูกเกิดก่อน เห็นหน้าลูก จึงกลับมาทำงานต่อ
อยู่สยามสแควร์ได้ 5 ปี ครบสัญญา เจ้าของขอห้องคืน ตอนแรกผมเคืองในใจ เพราะผมลงทุน ตกแต่ง ต่อเติม ไปหลายแสนบาท
ผมจึงต้องดิ้นรน หาซื้อที่ดิน สร้างสำนักงานของตนเอง ถนนจรัญสนิทวงศ์ บางยี่ขัน ตรงข้าม 35 โบว์ ข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสะพานพระปิ่นเกล้า สร้างสำนักงานเสร็จผมรู้สึกของคุณเจ้าของเดิมที่ทวงคืน ทำให้มีสำนักงานของตนเอง จะได้ไม่ถูกไล่อีก


