posttoday

เยือนตำบลศิลา วิถีพื้นบ้านกลางเมืองใหญ่

19 พฤศจิกายน 2560

ขอนแก่นนั้นถือเป็นเมืองหลักของภาคอีสานที่ความเป็นเมืองใหญ่ กำลังพัฒนาขยายตัวอย่างรวดเร็ว

โดย จักรพันธ์ นาทันริ

ขอนแก่นนั้นถือเป็นเมืองหลักของภาคอีสานที่ความเป็นเมืองใหญ่ กำลังพัฒนาขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในการพัฒนาของเมืองสมัยใหม่ ก็ยังมีพื้นที่ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างความทันสมัยและวัฒนธรรมพื้นถิ่นดั้งเดิม ซึ่งพยายามรักษารากฐานอันสำคัญนี้เอาไว้

ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน เมืองกับคนในย่านชานเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบและลงตัว วิถีชีวิตชนบทของภาคอีสานที่ผสานอยู่กับตึกสูง ย่านอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้คือแนวทางการจัดการชุมชนของ ยอดยิ่ง จันทนพิมพ์ นายกเทศมนตรีเมืองศิลา

"ศิลาเป็นเมืองที่น่ารัก น่าอาศัย เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่ผ่านมาหลายคนจะรู้จักว่าศิลาเป็นเมืองแห่งดอกไม้ เพราะอาชีพส่วนใหญ่ ของคนศิลา ในเขตชานเมืองนั้นปลูกดอกไม้ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของการส่งจำหน่ายดอกไม้ นานาพันธุ์ให้กับตลาดค้าดอกไม้ในหลายจังหวัดของ ภาคอีสาน"

ความภาคภูมิใจของชาว ต.ศิลา อย่างหนึ่งคือการอนุรักษ์ "สิม" หรือพระอุโบสถโบราณกว่า 100 ปี จนได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปัตยกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรับรางวัลพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

"สิมวัดโพธิ์ศรี หมู่ 1 บ้านศิลา จัดเป็นอันซีนไทยแลนด์ เพราะเป็นสิมเก่าที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย อายุมากกว่า 100 ปี เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของคนในชุมชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา โดยสิมแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2460 มีลักษณะเป็นสิมทึบพื้นบ้านบริสุทธิ์ แบบมีเสารับปีกนก เป็นสิมขนาด 3 ห้อง มีมุขหน้า มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง 5 เมตร ยาว 6 เมตร หลังคาซ้อน 3 ชั้น"

ความภาคภูมิใจของคนศิลาในการอนุรักษ์โบราณสถานนี้ไว้ คือ เป็นศิลปะพื้นบ้านที่อุดมด้วยคุณค่า ด้วยจุดเด่นของการก่อสร้างที่มีปีกนกคลุมโดยรอบ มีเสานางเรียงเป็นตัวรับ โดยมีการตกแต่งหลังคาตามวิถีของคนอีสาน ไม่ว่าจะเป็นช่อฟ้า ไม้แกะสลักสูงเยี่ยม โหง่ไม้แกะรูปเศียรนาคทั้ง 3 ชั้น ลำยองเป็นนาคเกี้ยว 5 ตัว พันหางเลื้อยลงมา พอขยับขึ้นหลังคาชั้นที่ 2 และ 3 ช่างจะลดนาคลงเหลือ 4 ตัว หางหงส์เป็นเศียรนาคเศียรเดียว ทางเข้าของสิม มีนายทวารบานอยู่ทั้งสองฝั่ง โดยเป็นภาพวาดตำรวจสมัยโบราณยืนปกปักรักษาสิมแห่งนี้อยู่ และที่บริเวณบ่าของนายทวารบาลนี้มีอักษรย่อ อ.ด. เขียนไว้ ซึ่งหมายถึงในอดีตนั้นขอนแก่น ขึ้นอยู่กับเขตอำนาจการปกครองของคณะสงฆ์อุดรธานี

นอกจากนี้ ภายในสิมยังคงมีการประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางสมาธิ หรือชาวบ้านเรียกว่าองค์ดำ และองค์พระประธานปางสมาธิ เป็นพุทธศิลป์ของภาคกลาง ตัวฐานชุกชีและยังมีเค้าของแอวซันปากพานแบบศิลปะของอีสานอายุมากกว่า 100 ปี อย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวและคนในชุมชนได้มากราบไหว้ นอกจากนี้ยังมีการเก็บช่อฟ้าที่ชาวบ้านสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2460 ระฆังประจำวัดและคัมภีร์ใบลาน กว่า 1,000 ใบ อายุมากกว่า 100 ปี ที่ชาวบ้านเก็บรักษาไว้ภายในสิมแห่งนี้

"สิมแห่งนี้ชาวบ้านและผู้เชี่ยวชาญด้าน ฮวงจุ้ย และคนเฒ่าคนแก่ต่างบอกว่าคือสิมมหาอุด เพราะมีทางขึ้นและลงเพียงทางเดียว มีหน้าต่าง โดยรอบ ซึ่งคำว่า มหาอุด หลายคนอาจจะสื่อถึง ความอยู่ยงคงกระพัน เมตตามหานิยม แต่คนเฒ่า คนแก่ชาวศิลา บอกว่า สิมแห่งนี้หากใครได้มา กราบไหว้ 1 ครั้ง จะเพิ่มพลังให้กับชีวิตไปอีก 1 ปี มีความเป็นมงคล มั่งมีศรีสุข และอายุยืนเพิ่มอีก 1 ปีอีกด้วย"

วันนี้ ต.ศิลา ได้มีการจัดทำรูปแบบของการท่องเที่ยวที่ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวิถีชีวิตของคนศิลา ด้วยการจัดให้มีการบริการห้องพักแบบโฮมสเตย์ การให้นักท่องเที่ยวได้ชมของดีของเมืองศิลาอย่างครอบคลุม ทั้งการปลูกผัก การเลี้ยงปลาในกระชัง การทำนา การทำบุญตักบาตร หรือการเข้าวัดฟังธรรมร่วมกับผู้เฒ่า ผู้แก่ ที่ยึดถือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน และที่สำคัญคือการนั่งล้อมวงร้อยพวงมาลัย จุดนี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจของคนศิลาอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง