
วริทธิ์ ดำรงสกุลวงษ์ ร้อนวิชาขอสร้างแบรนด์
เรื่อง อณุสรา ทองอุไรภาพ กิจจา อภิชนรจเรขทุกคนมีความฝันเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน อายุเท่าไร ก็อย่าหยุดฝัน เช่นเดียวกับหนุ่มน้อยวัย 23 ปี จิ๊ป-วริทธิ์ ดำรงสกุลวงษ์ ที่เขามีความฝันที่จะมีแบรนด์กระเป๋าหนังดีๆ เป็นของตัวเอง เนื่องจากครอบครัวของเขานั้นทำธุรกิจผลิตเครื่องหนังเพื่อทำเบาะรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และรับผลิตเครื่องหนังเพื่อส่งออก โดยไม่ได้มีแบรนด์เป็นของตัวเอง และเขาซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กของครอบครัวก็อยากจะสร้างแบรนด์ด้วยตัวเองเพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ยั่งยืนในระยะยาว
เรื่อง อณุสรา ทองอุไรภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
ทุกคนมีความฝันเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน อายุเท่าไร ก็อย่าหยุดฝัน เช่นเดียวกับหนุ่มน้อยวัย 23 ปี จิ๊ป-วริทธิ์ ดำรงสกุลวงษ์ ที่เขามีความฝันที่จะมีแบรนด์กระเป๋าหนังดีๆ เป็นของตัวเอง เนื่องจากครอบครัวของเขานั้นทำธุรกิจผลิตเครื่องหนังเพื่อทำเบาะรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และรับผลิตเครื่องหนังเพื่อส่งออก โดยไม่ได้มีแบรนด์เป็นของตัวเอง และเขาซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กของครอบครัวก็อยากจะสร้างแบรนด์ด้วยตัวเองเพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ยั่งยืนในระยะยาว
ตอนที่เขาเรียนปี 3 เขาได้เรียนวิชาเรื่องการสร้างแบรนด์ เกิดร้อนวิชาอยากลองของจริง ลงมือทำจริง คิดโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ คิดแบรนด์ ออกแบบ ผลิต ทำการตลาด โดยไปขอวัตถุดิบจากโรงงานของครอบครัว แล้วลุยทำเองตั้งแต่เริ่มจนจบเองคนเดียว มีทีมงานผลิต 2 คน ในตอนแรกเพื่อขายผ่านออนไลน์
จนถึงตอนนี้เขาก็สร้างแบรนด์ Minore มาได้เกือบ 8 เดือนแล้ว โดยงานหลักช่วยธุรกิจของที่บ้าน มีงานรองในการสร้างแบรนด์กระเป๋าของตัวเอง โดยมีจุดเด่นด้วยหนังที่ฟอกสีจากธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของโครเมียม ไม่มีโลหะหนักที่เป็นพิษในการฟอกซึ่งเป็นอันตราย ฟอกด้วยวิธีการธรรมชาติดั้งเดิม แต่ละแบบของจะมีน้อยชิ้นเพื่อไม่ให้เป็นของจำนวนมากแบบระบบอุตสาหกรรม
จุดเด่นอีกอย่างของแบรนด์ก็คือ การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ เน้นสีสันสดใส สนุกสนานน่าใช้ "เราจะเห็นแต่เครื่องหนังโทนสีดำ น้ำตาล เป็นหลัก เห็นมาแต่เด็กรู้สึกว่าจำเจน่าเบื่อ ทั้งๆ ที่สีสดๆ มันก็สวยน่าใช้ ผมก็เลยเน้นสีสดๆ มันแสดงถึงความสดใส มีชีวิตชีวา มีความเป็นเด็กอยู่ด้วย แล้วหนังแท้คุณภาพดี จะยิ่งใช้ยิ่งนิ่ม ยิ่งขึ้นเงา มีเสน่ห์มากๆ เลย การออกแบบของผมก็กลางๆ ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เน้นเท่ๆ ครับ เน้นกลุ่มคนทำงานมีกำลังซื้อสูงสักนิดครับ"
หลังจากขายผ่านออนไลน์มาได้ประมาณ 5-6 เดือน ช่วง 2-3 เดือนหลังมานี้เขาเริ่มไปออกงานแฟร์ หรืองานสินค้าที่เน้นความมีไลฟ์สไตล์บ้าง เพื่อเป็นการขยายตลาดให้ผู้บริโภค และหากสามารถขยายกำลังการผลิตได้มากกว่านี้ ในอนาคตอาจจะเป็น 1-2 ปีข้างหน้า เขาอาจจะเปิดช็อปเล็กๆ ที่เกตเวย์ เอกมัย หรือที่คอมมูนิตี้มอลล์เก๋ๆ ที่ไหนสักแห่ง
เขาบอกว่าตอนนี้พยายามบริหารเวลาให้ดีให้ลงตัวที่สุด ทั้งงานหลัก งานรอง แต่โชคดีว่าเทคโนโลยีทำให้ชีวิตสะดวกสบายง่ายขึ้น จะทำงานที่ไหนก็ได้ เวลาว่างหลังงานประจำ เขาใช้เวลาตอนกลางคืนหรือวันหยุดก็เอาเวลาให้สำหรับแบรนด์กระเป๋าของตัวเอง เขามองภาพไม่เกิน 3 ปีข้างหน้า เขาจะส่งออกไปต่างประเทศและอาจจะส่งขายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอีกด้วย
"เราสร้างธุรกิจมาก็อยากให้มันโต ให้แบรนด์แข็งแรงและเป็นที่รู้จัก ในเมื่อเราตั้งใจทำอย่างดี คุณภาพ ราคา ดีไซน์ เราก็สวยสู้เขาได้ เพราะผมก็เคยตามคุณพ่อไปดูงานต่างประเทศด้านเครื่องหนังหลายครั้ง พันธมิตรคู่ค้าของคุณพ่อก็มีที่อิตาลี หนังเราก็นำเข้ามาก็ดี ดูแบบ ดูราคา เราก็ได้เปรียบเขาอยู่ ค่าแรงเราก็ถูกกว่า ช่างเราก็มีคุณภาพไม่แพ้กันเลย ผมมั่นใจว่าเราสู้เขาได้ ขอผมพัฒนาสร้างเสริมประสบการณ์อีกสัก 2 ปี ผมว่าเราทำได้ครับ คนไทยถ้าตั้งใจก็ไม่แพ้ใครนะครับ (หัวเราะ)" เขากล่าวอย่างอารมรณ์ดี n







