posttoday
อะไรแฝงใน 6 คำถาม และปรับ ครม.โค้งสุดท้าย

อะไรแฝงใน 6 คำถาม และปรับ ครม.โค้งสุดท้าย

10 พฤศจิกายน 2560

ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยประเด็นคำถามของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งแทนที่จะมีคำตอบกลับมีคำถามมากมายว่าไส้ในของคำถามท่านต้องการอะไร มีความเกี่ยวข้องกับการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 หรือไม่ ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนเพราะหลายกระทรวงจนถึงวันนี้ยังไม่รู้จักชื่อรัฐมนตรีและในช่วงเกือบ 4 ปี ไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจฟื้นตัวเป็นปัจจัยบวกของรัฐบาล แต่การฟื้นตัวของรากหญ้ากลับไม่ชัดเจน

ธนิต โสรัตน์รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย

ประเด็นคำถามของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งแทนที่จะมีคำตอบกลับมีคำถามมากมายว่าไส้ในของคำถามท่านต้องการอะไร มีความเกี่ยวข้องกับการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 หรือไม่ ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนเพราะหลายกระทรวงจนถึงวันนี้ยังไม่รู้จักชื่อรัฐมนตรีและในช่วงเกือบ 4 ปี ไม่เห็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจฟื้นตัวเป็นปัจจัยบวกของรัฐบาล แต่การฟื้นตัวของรากหญ้ากลับไม่ชัดเจน

กระแสการปรับ ครม.โค้งสุดท้ายมีแน่นอนและคงเร็วๆ นี้ บ้านกระสุนตกคงไม่พ้นรัฐมนตรีซึ่งเกี่ยวกับกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งดูเหมือนว่าทีมงานรวมถึงเจ้ากระทรวงบางท่านอาจต้องถูกปรับออก เพราะนอกจากผลงานไม่เข้าตาประชาชนยังเกี่ยวกับการถือครองหุ้นเกินร้อยละ 5 แต่ฟังจาก ดร.สมคิดฯ รองนายกฯ กำกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ดูมีความมั่นใจว่าทีมเศรษฐกิจยังเป็นดรีมทีมถึงขั้นระบุว่า เป็นทางรอดของประเทศเป็นทีมงานดีที่สุด ปีหน้าจะสานต่อยุทธศาสตร์จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่หวั่นไหว ไม่สั่นคลอน

นั่นเป็นสิ่งที่ท่านพูด แต่ประเด็น ที่ต้องคำนึงคือปากท้องของประชาชน เศรษฐกิจและจีดีพีที่ขยายตัวได้ดี กลับไปกระจุกอยู่ที่กลุ่มเจ้าสัว ขณะที่ชาวบ้านแบกหนี้สูงกว่าเดิม คนจน หรือผู้มีรายได้น้อยจาก 7 ล้านคน เพิ่มเป็น 11 ล้านคน ผิดถูกเป็นตัวเลขของภาครัฐเอง นโยบายเศรษฐกิจไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะยึดติดต้องสามารถยืดหยุ่นปรับไปตามสถานการณ์และตอบโจทย์ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ใช่ ไปเอื้อแต่นายทุนใหญ่หรือต่างชาติ

การปรับรัฐมนตรีไม่ควรเน้นความมั่นคงของรัฐบาลเพราะเป็นรัฐบาลทหารอยู่แล้วไม่มีใครเอาท่านออกไปได้ ถึงแม้นทหารที่เข้ามาจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหลายท่านเป็นคนดีเป็นคนเก่ง แต่การปรับครั้งนี้ช่วงเวลาบริหารคงประมาณหนึ่งปีหรือเกินกว่าเล็กน้อย ต้องเลือกเฟ้นผู้ที่มีความรู้ความสามารถไม่ใช่เน้นผลงานระยะยาวอย่างเดียวซึ่งชาวบ้านไม่เข้าใจ เศรษฐกิจของพวกเขาคือเรื่องปากท้องไม่ใช่อนาคต 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้า หากท้องประชาชนอิ่มรัฐบาลก็มั่นคง จีดีพีที่โตเป็นเรื่องหนึ่งแต่ต้องกระจายให้ถึงมือรากหญ้าให้ได้ ซึ่งตรงนี้ยังเป็นช่องว่างอยู่ค่อนข้างมาก

คำถามว่าทิศทางการเมืองไทยจะไปทางไหน อันที่จริงคำตอบแฝงอยู่ใน 6 คำถามของท่านายกฯ ซึ่งเป็นการถามทางซะมากกว่าต้องการคำตอบเนื่องจากมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความสัมพันธ์อย่างเป็นนัยกับการปรับ ครม. ดังนั้นการผลักดันปฏิรูปช่วงสั้นๆ ก่อนการเลือกตั้ง (หากมี) ต้องตอบโจทย์ของประชาชน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงนโยบายไม่ใช่ประชุมทีไรมีแต่ศัพท์แสงภาษาอังกฤษซึ่งดูเท่ ไม่ใช่แค่ชาวบ้านไม่เข้าใจแม้แต่ข้าราชการระดับบริหารคุยหลังไมค์ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปขับเคลื่อนให้เป็นจริงได้อย่างไร

กลับมาที่คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งมีทั้งนักการเมือง สื่อ นักวิชาการออกมาคอมเมนต์กันมากมายซึ่งไม่ขอกล่าวในที่นี้ แต่คนระดับนายกรัฐมนตรีคงไม่ถามอะไรลอยๆ คงต้องมีอะไรแฝงอยู่ เพราะคนที่เชียร์รัฐบาลและต้องการให้การเมืองนิ่งก็มีอยู่มาก แต่อย่าลืมว่าในเชิงการเมืองทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งกฎกติกาของ คสช.มัดแน่นหนา อีกทั้งทิศทางเศรษฐกิจ 20 ปีข้างหน้าถูกล็อกไว้ด้วยรัฐธรรมนูญไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลหากไม่แก้รัฐธรรมนูญ (ซึ่งยากมาก) ล้วนต้องเดินตามโรดแมป

การที่ คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดถึงไม่ถามก็ทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่จะทำถึงระดับไหนก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่อาจไม่จำเป็นต้องออกมาถามตรงๆ เพราะจะเป็นช่องว่างและอาจเสียความน่าเชื่อถือ เพราะ คสช.ยังคงไม่ไปไหน หากนักการเมืองหลังเลือกตั้งออกนอกแถวเกินขอบเขตก็มีเครื่องมือมากมายที่จะเอาอยู่

ในช่วงก่อนการเลือกตั้งหากตามโรดแมปอาจจะประมาณ 12 เดือน แต่ก็คงขยายได้หากเห็นว่ามีความเสี่ยงหรือยังเอาไม่อยู่ เวลาที่เหลือถึงไม่มากแต่ก็มากพอที่จะทำอะไรได้อีกมากมายในการจัดระเบียบการเมือง และการเดินหน้าด้านเศรษฐกิจรวมถึงความปรองดองไม่ให้ความวุ่นวายกลับมาเหมือนในอดีตซึ่งจะทำให้การเข้ามาของทหารเสียของไปเปล่าๆ ซึ่งตรงนี้ต้องเข้าใจว่าเป็นความหวังของประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังคงให้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งยังอยู่ได้จนถึงวันนี้

ในเนื้อในคำถามเหมือนอยากฟังความคิดและคำตอบว่าการเมืองไทยอาจเป็นลักษณะ "ประชาธิปไตยแบบอัตลักษณ์ไทย" หรือพูดง่ายๆ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขการเมืองต่อเนื่อง เศรษฐกิจจะดีทั่วหน้า คล้ายกับที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจีนจะเป็นตัวอย่างของประเทศซึ่งมีการเมืองการปกครองที่เป็นแบบของตนเอง ทำให้เศรษฐกิจของจีนกำลังไป สู่เศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลกโดยไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบประชาธิปไตยแบบสหรัฐอเมริกาหรือประเทศ ตะวันตกซึ่งไม่เหมาะสมกับบางประเทศ แต่รูปแบบของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ของไทยกำหนดไว้ชัดเจนว่า จะต้องมีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน

แนวโน้มการปรับ ครม.และคำถามของท่านนายกฯ ซึ่งออกมาในช่วงท้ายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดในทุกประเทศหากบริหารเกิน 3-4 ปี มักอยู่ในช่วงขาลงเพราะประชาชนมักคาดหวังผู้บริหารประเทศไว้สูงเกินความเป็นจริง การปรับ ครม.คงต้องเลือกหาหน้าตารัฐมนตรีที่ประชาชนยอมรับ ทำจริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงนักโฆษณาฟังแล้ว เบื่อ ปรับงวดนี้เอาเจ๋งๆ เห็นหน้าแล้วใช่เลย ที่ถามมากี่ข้อคำตอบที่ออกมารับรองถูกใจท่านนายกฯ...แน่นอนครับ n

(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่