
ช้างป่า ดรรชนีปัญหาคนกับป่า
บ่อยครั้งที่มีข่าวเกิดเหตุช้างป่าออกมาทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านและสร้างความเสียหาย
โดย เรื่อง ธเนศน์ นุ่นมัน
บ่อยครั้งที่มีข่าวเกิดเหตุช้างป่าออกมาทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านและสร้างความเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งจะพบปัญหาช้างป่าออกมานอกพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับคำอธิบายว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเพราะมีประชากรเพิ่มขึ้น ทำให้แหล่งอาหารในป่าไม่เพียงพอ
บางครั้งปัญหานี้ก็จบลงด้วยเรื่องเศร้าที่ ไม่น่าเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง จนลุกลามกลายเป็น ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านและช้าง เช่นเคยมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2559 เกิดเหตุช้างป่าบุกเข้ามาทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิตถึงในไร่ด้านท้ายหมู่บ้านใกล้กับแนวเขตป่าสงวน หรือป่ากันชนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี โดยครั้งนั้นช้างป่าได้เข้าไปทำลายข้าวของและเครื่องมือทางการเกษตรภายในบริเวณเพิงพักเฝ้าไร่ของชาวบ้านและทำร้ายคนจนเสียชีวิตหนึ่งราย
เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน รายงานว่า สาเหตุที่ช้างป่าออกไปรบกวนชาวบ้าน เนื่องจากเป็นฤดูแล้ง ทำให้ช้างขาดน้ำ เพราะในเขตพื้นที่ป่ามีแหล่งน้ำและอาหารไม่เพียงพอ จากการสำรวจล่าสุดของศูนย์วิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราจากเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกนั้น มีจำนวนช้างเพิ่มขึ้นมากถึง 364 ตัว จากเดิมมีเพียง 200 กว่าตัว
ทั้งนี้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าได้พยายามแก้ไขด้วยวิธีการขุดคู หรือแนวกันช้างป่าไว้รอบพื้นที่รวมระยะทางกว่า 100 กม. แต่ยังมีช้างป่าบางส่วนที่ยังสามารถเดินออกจากป่าไปได้ รวมถึงยังมีช้างป่าที่ยังคงอาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนซึ่งอยู่นอกแนวเขตคูกันช้าง ที่ยังสามารถออกไปหากินกับพืชไร่ที่ชาวบ้านปลูกไว้ได้
วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานว่าพบโขลงช้างป่าบุกเข้าไปหากินใกล้ชุมชนในพื้นที่ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โดยเข้าไปกัดกินเหยียบย้ำแปลง มันสำปะหลังของชาวบ้านได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง จนทำให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเร่งผลักดันให้กลับเข้าป่าไป
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามแก้ปัญหานี้ เพื่อไม่ให้ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งจนต้องใช้ความรุนแรงเข้าแก้ปัญหา ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต แต่ปัญหาช้างดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ได้อย่างยากลำบาก เพราะมีประเด็นอื่นๆ ที่ซุกซ่อนอยู่มากมาย
งานวิจัยของกรมอุทยานแห่งชาติ ได้สำรวจธรรมชาติและอุปนิสัยการกินของช้าง โดยระบุว่าช้างเป็นสัตว์ที่มีระบบการย่อยอาหารที่ไม่ดีเหมือนสัตว์กินพืชอื่นๆ มันจึงปรับประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้นด้วยการกินให้เร็วขึ้นเป็น 2 เท่าของสัตว์เคี้ยวเอื้อง ทําให้ต้องการปริมาณอาหารเป็นจํานวนมาก และสามารถกินพืชอาหารได้หลากหลายชนิด กินอาหารได้มากถึงวันละ 150-200 กิโลกรัม/ตัว/วัน ปริมาณการกินนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย เช่น ช่วงฤดูแล้งจะกินมากกว่าฤดูอื่น ความต้องการปริมาณอาหาร จํานวนมาก ทำให้มันลดเงื่อนไขการกินที่จำกัดอยู่ที่พืชชนิดใดชนิดหนึ่งลง จนกินอาหารได้หลากหลายชนิดและแตกต่างกันไปตามถิ่นที่อาศัย ตั้งแต่พืชผัก ผลไม้ที่เป็นอาหารไปจนถึงเถาวัลย์และเปลือกไม้
รายงานการศึกษาเรื่องช้างป่า ยังระบุด้วยว่ารูปแบบการเคลื่อนย้ายประชากรช้างที่ปรากฏในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับรูปแบบที่เคยเป็นมาในอดีต แม้ว่าที่อาศัยดั้งเดิมจะถูกทำลายหรือถูกแปลงสภาพโดยมนุษย์ไปแล้ว ช้างนั้นเคลื่อนย้ายมายังพื้นที่เกษตรกรรม เพราะมันเข้าใจว่าบริเวณดังกล่าวตั้งอยู่ที่เส้นทางการเคลื่อนย้ายผ่านตามธรรมชาติ
และเมื่อประกอบกับถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติซึ่งก็คือผืนป่า ถูกแบ่งแยกเป็นหย่อมๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ถิ่นที่อยู่เดิม จึงลดลงเรื่อยๆ และเป็นการบีบบังคับให้เส้นทางหากินระหว่างคนกับช้างทับซ้อนกัน
ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ดำเนินการโดยทำสิ่งกีดขวางล้อมรอบพื้นที่เกษตรกรรม ทำสิ่งกีดขวางล้อมรอบแนวป่ากั้นระหว่างพื้นที่ป่าและพื้นที่ชุมชน ทั้งเป็นการขุดร่องลึก การทำกำแพงหิน การทำแนวรั้ว การทำรั้วไฟฟ้า การทำรั้วด้วยการปลูกพืชอย่างพริก พืชที่ช้างไม่กินหรือไม่ชอบเป็นแนวกันชน
เกษตรกรต่างทราบดีถึงวิธีการต่างๆ ในการ ผลักดันและขับไล่ช้างออกนอกพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยการทำให้เกิดเสียงดัง การใช้ไฟ การใช้แสงสว่าง และการใช้พาหนะไล่ช้าง เทคนิคการป้องกันด้วยวิธีนี้ส่วนใหญ่เป็นการแก้ปัญหาหรือบรรเทาความเสียหาย โดยการพยายามขับไล่ช้างให้ออกนอกพื้นที่ให้เร็วที่สุด แต่ช้างเป็นสัตว์ฉลาดสามารถเรียนรู้และคุ้นเคยกับวิธีไล่พวกพวกมันได้อย่างรวดเร็วและยอมเสี่ยงเพื่อให้อิ่มท้อง จึงต้องพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบและผสมผสานวิธีการขับไล่
แน่นอนที่สุดวิธีการที่กล่าวมาเป็นเพียงการบรรเทาปัญหาเท่านั้น เพราะตราบใดที่แหล่งหากินของช้างหรือพื้นที่ป่ายังลดขนาดลดไปเรื่อยๆ ปัญหาช้างป่าก็ยากที่จะหมดไป







