
11ชาติเดินหน้าทีพีพี
11 ประเทศทีพีพีประกาศเปลี่ยนชื่อข้อตกลงใหม่ เดินหน้าผลักดันข้อตกลงต่อแม้ปราศจากสหรัฐ
11 ประเทศทีพีพีประกาศเปลี่ยนชื่อข้อตกลงใหม่ เดินหน้าผลักดันข้อตกลงต่อแม้ปราศจากสหรัฐ
บรรดาสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) 11 ประเทศ เห็นพ้องเดินหน้าผลักดันทีพีพีต่อ หลังสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวแล้วก่อนหน้านี้ โดยมีมติเปลี่ยนชื่อข้อตกลงทีพีพีเป็นข้อตกลงความครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนการค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี)
นายโทชิมิตสุ โมเตงิ รัฐมนตรีเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ชาติสมาชิกทีพีพีเห็นพ้องเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานหลายประการในความตกลงดังกล่าว หลังมีรายงานก่อนหน้านี้ว่า แคนาดาไม่เห็นด้วย ในเชิงหลักการ ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำทีพีพีออกไปจากกำหนดเดิมวันที่ 10 พ.ย.
"ข้อตกลงใหม่ดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงสหรัฐและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก" นายโมเตงิ กล่าว
นายโมเตงิ เสริมว่า ข้อตกลงซีพีทีพีพี ฉบับใหม่ประกอบด้วยเงื่อนไขข้อกำหนด 7 ส่วน ซึ่งมาจากข้อตกลงทีพีพีฉบับเดิม แต่ข้อตกลงดังกล่าวจะตัดทอนประเด็นการค้า 20 หมวดออกไป โดย 11 หมวดเกี่ยวข้องกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่ยังเจรจาไม่ลงตัวก่อนหน้านี้ โดยข้อตกลง ซีพีทีพีพีจะมีผลบังคับภายในเวลา 60 วัน หลัง 6 ประเทศสมาชิก จากทั้งหมด 11 ประเทศให้สัตยาบันรับรองข้อตกลงดังกล่าว
ด้าน นายเจิ่นต่วนอันห์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ของเวียดนาม กล่าวว่า ความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงใหม่แสดง ถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและทางการค้าในระดับสูง แต่เสริมว่าประเทศสมาชิกยังต้องมีการเจรจาและดำเนินการอีกมากในการบรรลุข้อตกลง
สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ในเมืองดานัง ประเทศ เวียดนาม ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันที่ 11 พ.ย.นั้น ประเทศสมาชิก 21 ประเทศเห็นพ้องผลักดัน การค้าเสรีและแก้ไขแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
อย่างไรก็ดี แถลงการณ์ระบุถึงความ สำคัญของการทำข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคี โดยถ้อยคำดังกล่าวแตกต่างจาก แถลงการณ์ในปีก่อนหน้า และแสดงถึงอิทธิพลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเอเปกเป็นครั้งแรก
ขณะเดียวกัน ผู้นำเอเปกเห็นพ้องให้ ยกระดับระบบการทำงานขององค์การ การค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ทั้งด้านการเจรจา การเฝ้าระวัง และการยุติข้อพิพาททางการค้า ซึ่งเป็นถ้อยคำที่เพิ่มขึ้นจากแถลงการณ์เมื่อปี 2559
นอกจากนี้ ผู้นำเอเปกยังเห็นพ้องร่วมมือสร้างการค้าที่ครอบคลุม สนับสนุนการเปิดกว้างตลาด และแก้ไขแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยเอเปกเรียกร้องให้ขจัดมาตรการให้เงินอุดหนุนสินค้าของรัฐบาล ซึ่งสร้างความไม่เท่าเทียมในการแข่งขัน รวมถึงจะต่อสู้กับการปกป้องทางการค้าทั้งหมด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอเปกต้องเตรียมรับมือ กับสิ่งท้าทายใหม่ๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี เพราะ "นวัตกรรม" และ "เทคโนโลยีดิจิทัล" ได้กลายมาเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้ แต่ละประเทศต้องปฏิรูปโครงสร้าง ภายในให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการผลักดันการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างชาติ เอเปก และการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย- แปซิฟิก หรือ FTAAP







