
ภิรัชออฟฟิศหาทุน6พันล้าน
กลุ่มภิรัชบุรีระดมทุนครั้งใหญ่ ดันอาคารสำนักงานที่เอ็มควอเทียร์ ทำเลทอง ตั้งกองทรัสต์ 6,605 ล้าน
กลุ่มภิรัชบุรีระดมทุนครั้งใหญ่ ดันอาคารสำนักงานที่เอ็มควอเทียร์ ทำเลทอง ตั้งกองทรัสต์ 6,605 ล้าน
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ภิรัชออฟฟิศ (BOFFICE) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อเสนอขายหน่วยทรัสต์ไม่เกิน 515.31 ล้านหน่วย และมีแผนนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ธนาคารกสิกรไทย และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
กองทรัสต์จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไม่เกิน 5,153.10 ล้านบาท และเงินจากการกู้ยืมเงินระยะยาว 1,750 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 26% ของมูลค่าทรัพย์สินรวม (เอ็นเอวี) สูงสุดที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุนครั้งแรก ไปลงทุนในโครงการ
ภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ มูลค่าทรัพย์สินรวมไม่เกิน 6,605 ล้านบาท
ทรัพย์สินหลักที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุนครั้งแรก มีพื้นที่รวมประมาณ 94,853 ตารางเมตร (ตร.ม.) โดยมีพื้นที่ให้เช่ารวม ประมาณ 49,732 ตร.ม. ซึ่งไม่รวมถึงพื้นที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์และพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างโครงการภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ และศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์
อย่างไรก็ตาม ภิรัชบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินส่วนกลางซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภายในและภายนอกโครงการภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ได้ตกลงให้สิทธิใช้ประโยชน์ในพื้นที่ส่วนกลางร่วมกันแก่โครงการภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ และศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์
อัตราการใช้บริการพื้นที่อาคารของโครงการภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ณ ก.ย.2559 อยู่ที่ 98.7 % ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน มีรายได้รวม 392.5 ล้านบาท กำไร (ขาดทุน) ก่อนดอกเบี้ยภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (อีบิตดา) จำนวน 296.5 ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาที่กองทรัสต์จะลงทุนในทรัพย์สินที่จะเข้าลงทุนครั้งแรกที่ราคาสูงสุดไม่เกิน 6,605 ล้านบาทนั้นเป็นราคาที่สูงกว่าราคาประเมินของทรัพย์สินต่ำสุดที่จัดทำโดยผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอิสระสุดประมาณ 543 ล้านบาท หรือประมาณ 8.96% ตามวิธีรายได้ ซึ่งประเมินราคา ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2560
ผู้จัดการกองทรัสต์และที่ปรึกษาทางการเงินเห็นว่าราคาลงทุนสูงสุดดังกล่าวเหมาะสม โดยพิจารณาจากเงินจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรก สามารถเทียบเคียงได้กับอัตราเงินจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยในปีแรกของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์อื่น
กล่าวคือ ตามประมาณการอัตราเงินจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยในปีแรกตามงบกำไรขาดทุนตามสถานการณ์สมมติและประมาณการปันส่วนแบ่งกำไรสำหรับงวด 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-ธ.ค. 2561 ที่สอบทานโดยผู้ตรวจสอบบัญชี เท่ากับ 7.10 % และในกรณีที่กองทรัสต์ลงทุนในทรัพย์สินหลักโดยการระดมทุนเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการกู้ยืมเงิน และใช้สมมติฐานเดียวกันกับที่ใช้จัดทำรายงานประมาณการ คาดว่าประมาณการอัตราเงินจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรกจะเท่ากับ 6.05 %







