
รีดภาษีลาภลอย ปั๊มเงินเพิ่มลงทุนประเทศ
ในที่สุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็สรุปผลการเปิดรับแสดงความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
โดย เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
ในที่สุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็สรุปผลการเปิดรับแสดงความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ. ... หรือ ภาษีลาภลอย ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
โดยที่ผ่านมา สศค.ได้เปิดรับฟังแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์ของ สศค.ถึง 2 ครั้ง ในครั้งแรกเปิดรับฟังความเห็นในวันที่ 18 พ.ค.-15 มิ.ย. 2560 และวันที่ 12 ก.ค.-26 ก.ค. 2560 รวมระยะเวลา 44 วัน
สาระสำคัญของกฎหมาย คือ ให้เก็บภาษีในอัตราภาษีที่จะเก็บไม่เกิน 5% กับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สนามบิน ท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ
สำหรับวิธีการจัดเก็บภาษี มีทั้งกรณีจัดเก็บในระหว่างการดำเนินโครงการซึ่งเป็นการเก็บจากการขายหรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือห้องชุดทุกครั้ง รอบพื้นที่โครงการในรัศมีที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังมีการจัดเก็บเมื่อการดำเนินโครงการเสร็จแล้ว จะจัดเก็บจากที่ดินหรือห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท แต่ยกเว้นใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรกรรม และเก็บจากห้องชุดของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่รอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการโดยจะเก็บเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม หลังจากรับฟังความเห็นรอบแรก สศค. ได้มีการปรับแก้กฎหมายตามข้อเสนอที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ และได้เปิดรับฟังความเห็นรอบที่ 2 เพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์และได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมด
สำหรับประเด็นที่มีการแก้ไขที่สำคัญ ได้แก่ 1.การนำส่งเงินภาษี จากเดิมที่กำหนดให้กรมที่ดินและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำส่งเงินภาษีเข้ากองทุนพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ เป็นให้กรมที่ดินและ อปท.นำส่งเงินภาษีเข้าคลังเป็นรายได้ของแผ่นดินและนำไปใช้ผ่านระบบงบประมาณปกติ ทำให้เกิดความโปร่งใสการใช้เงินมากขึ้น
2.กำหนดโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ที่จะต้องจัดเก็บภาษีจากเจ้าของที่ดินและห้องชุดที่อยู่รอบโครงการ ให้ถึงโครงการที่ทำสัญญาก่อนและยังพัฒนาโครงการไม่แล้วเสร็จในวันที่ร่าง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้
3.กำหนดให้ผู้เสียภาษีรวมถึงผู้ครอบครองที่ดินอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ 4.กำหนดให้กรมสรรพากรเป็นหน่วยงานรับผิดชอบจัดเก็บภาษี โดยมอบอำนาจให้กรมที่ดินและ อปท.จัดเก็บภาษีแทน และ 5.เพิ่มบทลงโทษ ในกรณีผู้เสียภาษีมิได้ชำระภาษีค้างชำระ กรมสรรพากรมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้เสียภาษีเพื่อนำเงินมาชำระภาษีค้างชำระ
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังตั้งเป้าเดินหน้าให้กฎหมายภาษีลาภลอยมีผลบังคับใช้ปี 2561 โดยจะมีการรวบรวมความเห็นทั้งหมดเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใช้ประกอบการพิจารณาการออกกฎหมายครั้งนี้ด้วย
สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากกฎหมายนี้ สศค.คาดว่า นอกจากทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น นำไปลงทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นแล้ว ยังจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในระบบภาษีมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ดังกล่าวก็ควรเสียภาษีให้กับประเทศมากขึ้น เพราะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังมีอีกจำนวนมากต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้มีความจำเป็นออกกฎหมายภาษีลาภลอยซึ่งเป็นภาษีใหม่ที่จะรีดรายได้รัฐบาลมาใช้ในการพัฒนาประเทศได้เพิ่มมากขึ้น







