
กาแฟปีหน้าแนวโน้มราคาดี
กาแฟแนวโน้มราคาดี เหตุผลผลิตในประเทศและตลาดโลกน้อย ขณะที่ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น คาดแตะกิโลกรัมละ 85 บาท
กาแฟแนวโน้มราคาดี เหตุผลผลิตในประเทศและตลาดโลกน้อย ขณะที่ผู้บริโภคเพิ่มขึ้น คาดแตะกิโลกรัมละ 85 บาท
นายนัด ดวงใส รองประธานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ราคาผลผลิตกาแฟในปี 2561 น่าจะดีกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตในประเทศยังมีน้อย และต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่ผู้นิยมดื่มกาแฟในประเทศกลับเพิ่มมากขึ้น เกษตรกรไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้น่าจะหันมาปลูกกาแฟกันให้มากขึ้น เพราะผลตอบแทนกาแฟ 1 ไร่ เท่ากับการปลูกยางพาราถึง 4 ไร่
"ภาวะกาแฟปี 2561 เป็นไปได้ว่าจะมีราคากิโลกรัมละ 85 บาท เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมาปริมาณผลผลิตกาแฟในประเทศมีน้อยจากภาวะภูมิอากาศ ขณะที่แหล่งผลิตกาแฟในต่างประเทศทั้งบราซิลและเวียดนามก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน" นายนัด กล่าว
รองประธานชุมนุมสหกรณ์การ เกษตรแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า ผลผลิตกาแฟของไทยจะน้อยกว่าปีก่อนซึ่งได้ผลผลิตไม่ถึง 2 หมื่นตัน แต่หากไม่ถูกฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องก็อาจจะได้ผลผลิตถึง 3.5 หมื่นตัน ในขณะที่ความต้องการบริโภคกาแฟภายในประเทศมี ถึงปีละ 8 หมื่นตัน ทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะลาวและเวียดนามถึงปีละ 5 หมื่นตัน
นายนัด กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ภาคใต้เหมาะสมที่จะปลูกกาแฟสายพันธุ์ โรบัสต้า 1 ไร่ ปลูกได้ 200 ต้น ได้ผลผลิต 300 กิโลกรัม ปัจจุบันราคากิโลกรัมละ 75 บาท เพราะฉะนั้นก็จะมีรายได้ 2.2 หมื่นบาท/ไร่/ปี
"มองตามเหตุการณ์ ถ้าหากโรงงานกาแฟไม่มีในสต๊อกเก็บเอาไว้ ราคากาแฟน่าจะไปถึงกิโลกรัมละ 85 บาท โดยตลาดกาแฟดีมาประมาณ 4 ปีแล้ว ระดับราคาไม่ต่ำกว่า 70 บาท โดยอยู่ระหว่าง 75-78 บาท และบางล็อตถึงกิโลกรัมละ 80 บาท เพราะการบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นไม่มีลด ถ้ามีการส่งเสริมการปลูก กาแฟกันจริงจังจะได้ผล" รองประธาน ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย กล่าว
สำหรับปัญหาและอุปสรรคนั้น นายนัด กล่าวว่า ปัญหาใหญ่คือขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในช่วงเก็บเกี่ยวและตากกาแฟ แรงงานจะขาดแคลน เดิมมีแรงงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแรงงานต่างด้าว แต่ขณะนี้แรงงานต่างก็หันไปทำงานอื่นๆ กันหมด เพราะมีผลตอบแทนที่ดีกว่า







