
หนังสือยังไม่ตาย
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ คำกล่าวที่ว่า "หนังสือกำลังจะตาย" คงไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป เมื่อ "ไชน่า ลิเทอเรเจอร์" บริษัทสิ่งพิมพ์ออนไลน์และผู้จำหน่าย อี-บุ๊ก รายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นบริษัทลูกของ เทนเซนต์ หนึ่งในยักษ์ไอทีแดนมังกร ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในการออกหุ้นเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อวานนี้
ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
คำกล่าวที่ว่า "หนังสือกำลังจะตาย" คงไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป เมื่อ "ไชน่า ลิเทอเรเจอร์" บริษัทสิ่งพิมพ์ออนไลน์และผู้จำหน่าย อี-บุ๊ก รายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นบริษัทลูกของ เทนเซนต์ หนึ่งในยักษ์ไอทีแดนมังกร ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในการออกหุ้นเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อวานนี้
อี-บุ๊กรายนี้สามารถระดมทุนได้ถึง 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ในตลาดหุ้นฮ่องกง เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ซึ่งมากกว่าจำนวนการจองถึง 625 เท่า และขึ้นแท่นหนึ่งในไอพีโอที่ร้อนแรงที่สุดรอบ 10 ปีของตลาดหุ้นฮ่องกง
ดีมานด์ไอพีโออันล้นหลามของ ไชน่า ลิเทอเรเจอร์ มาจากความสำเร็จในการฟื้นอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ของจีนจากหนังสือกระดาษสู่การเป็นอี-บุ๊กและวรรณกรรมออนไลน์ ท่ามกลางความซบเซาของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ทั่วโลก โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2017 ไชน่า ลิเทอเรเจอร์ มีกำไรสุทธิ 213.5 ล้านหยวน (ราว 1,065 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2016 ที่ขาดทุนไปถึง 2.4 ล้านหยวน (ราว 11 ล้านบาท)
การผงาดขึ้นของไชน่า ลิเทอ เรเจอร์ ยังถือเป็นการพลิกโฉมแวดวงวรรณกรรมจีนครั้งยิ่งใหญ่ให้มีความเป็นสาธารณะมากขึ้น หลังโลกวรรณกรรมอยู่ในกำมือของรัฐบาลมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยก่อนหน้านี้ ตลาดวรรณกรรมจีนอยู่ใต้อิทธิพลของรัฐวิสาหกิจ ทำให้วรรณกรรมบางประเภท เช่น แนวการเมืองหรือ แนวรักโรแมนติกไม่ได้รับการตีพิมพ์ เนื่องจากรัฐบาลมองว่าวรรณกรรม ดังกล่าวอาจปลุกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมขึ้น
อย่างไรก็ดี จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในปี 2011 หลังชาวจีนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียได้มากขึ้น โดยนิยายออนไลน์ชื่อ "Empress in the Palace" ที่เล่าเรื่องราวชีวิตนางใน และเรื่อง "Scarlet Heart" นิยายแนวดราม่าย้อนเวลา ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลทั่วประเทศ และนับตั้งแต่ปี 2012 ตลาดวรรณกรรมจีนเติบโตขึ้นกว่า 20% โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไชน่า ลิเทอเรเจอร์ เปิดเผยว่า นักเขียนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทมีจำนวนถึง 6.4 ล้านคน ขณะที่จำนวนนิยายทั้งหมดอยู่ที่ 9.6 ล้านเรื่อง
ความสำเร็จในตลาดวรรณกรรมยังช่วยต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นๆ โดยนิยายยอดนิยมหลายเรื่องต่างได้รับการนำไปสร้างเป็นซีรี่ส์โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และเกม โดย อู่ เหวินฮุ่ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (โค-ซีอีโอ) ของไชน่า ลิเทอเรเจอร์ เปิดเผยว่า นอกจากขยายธุรกิจวรรณกรรมออนไลน์แล้ว บริษัทตั้งเป้ามุ่งสู่การสร้างภาพยนตร์ ผลิตเกม ซีรี่ส์ และสินค้าอื่นๆ ในอุตสาหกรรมบันเทิง จากวรรณกรรมออนไลน์ที่บริษัทถือลิขสิทธิ์อยู่
"เราอยากผงาดขึ้นเป็น มาร์เวล แห่งแดนมังกร" อู่ เหวินฮุ่ย กล่าว n







