
การเมืองอาหรับป่วนน้ำมัน
นักวิเคราะห์คาดน้ำมันแตะ 70 ดอลลาร์ หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางบานปลาย
นักวิเคราะห์คาดน้ำมันแตะ 70 ดอลลาร์ หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางบานปลาย
บลูมเบิร์กรายงานว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการกวาดล้างคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่ในซาอุดิอาระเบีย คาดว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นต่อ โดย โรเบอร์โต ไฟรด์แลนเดอร์ นักวิเคราะห์จาก ซีพอร์ต โกลบอล ซีเคียวริตี้ส์ วาณิชธนกิจจากสหรัฐ เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันมี แนวโน้มปรับขึ้นแตะ 70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในอนาคตอันใกล้นี้
ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับธนาคารบาร์เคลย์ที่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์มีแนวโน้มปรับขึ้นแตะ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยระหว่างการซื้อขายวานนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ ส่งมอบเดือน ม.ค.อยู่ที่ 64.15 ดอลลาร์/บาร์เรล ขยับลงเล็กน้อยหลังปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ส่งมอบเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 57.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
ไฟรด์แลนเดอร์เสริมว่า ท่าทีของซาอุดิอาระเบียมีผลสำคัญต่อตลาดน้ำมัน โดยรัฐบาลอาจไม่ยอมปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงอีก หลังราคาเริ่มฟื้นตัวขึ้นเมื่อไม่นานนี้ โดยน้ำมันถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียเป็นแกนนำผลักดันให้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) ลดกำลังการผลิตเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมัน
นอกจากความปั่นป่วนของการเมืองภายในประเทศ สถานการณ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียและประเทศเพื่อนบ้านทวีความตึงเครียดด้วยเช่นกัน หลัง อเดล จูเบียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย กล่าวประณามอิหร่านและเลบานอนว่าจงใจก่อสงคราม หลังอิหร่านสนับสนุนมิสไซล์ให้กลุ่มต้านรัฐบาลเยเมนใช้ยิงมายังกรุงริยาดของซาอุดิอาระเบีย ขณะที่ระบุว่าเลบานอนไม่จัดการกับเฮซบุลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบียที่นับถืออิสลามนิกายซุนนีพยายามแข่งอิทธิพลกับอิหร่าน ที่นับถือนิกายชีอะห์ จนส่งผลกระทบไปยังประเทศอื่นภายในภูมิภาค เช่น ในเยเมนที่มีการสงครามการเมืองที่ทั้งซาอุดิอาระเบียและอิหร่านอยู่เบื้องหลัง







