
เอกชนเชื่อช็อปช่วยชาติ กระตุ้นปลายปีคึก
ที่ประชุม ครม.วันที่ 7 พ.ย. มีมติออกมาตรการช็อปช่วยชาติ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคในช่วงปลายปี ซึ่งในส่วนของปีนี้ภาครัฐได้ขยายเวลาเพิ่มเป็น 23 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.-3 ธ.ค. 2560 ซึ่งสินค้าที่เข้าร่วมมาตรการก็ครอบคลุมทั้งของกินของใช้ แต่ไม่นับรวมสุราและยาสูบ
ที่ประชุม ครม.วันที่ 7 พ.ย. มีมติออกมาตรการช็อปช่วยชาติ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคในช่วงปลายปี ซึ่งในส่วนของปีนี้ภาครัฐได้ขยายเวลาเพิ่มเป็น 23 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.-3 ธ.ค. 2560 ซึ่งสินค้าที่เข้าร่วมมาตรการก็ครอบคลุมทั้งของกินของใช้ แต่ไม่นับรวมสุราและยาสูบ
หลังจากภาครัฐประกาศมาตรการดังกล่าวออกมา บรรดาผู้ประกอบการห้างค้าปลีกต่างขานรับกับมาตรการ ดังกล่าว เพราะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคให้กลับมาคึกคักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเงินที่ช็อปปิ้งไปสามารถขอใบกำกับภาษีฉบับเต็มมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริงไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท
ทั้งนี้ ในส่วนของภาพกว้าง 3 สมาคมเศรษฐกิจใหญ่ เจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ ส่วนตัวเห็นว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะเมื่อมีมาตรการประชาชนจะชะลอการใช้จ่ายเพื่อไปรอซื้อสินค้าในช่วงที่มีมาตรการ ทำให้กำลังซื้อช่วงก่อนหน้าลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมาตรการช็อปช่วยชาติมีระยะเวลานานกำลังซื้อจะยิ่งชะลอ หากรัฐบาลจะออกมาตรการดังกล่าวจริงก็ควรจะทำเฉพาะช่วงสั้นๆ เท่านั้น และรัฐบาลทำมาแล้ว 2 ปี หากทำมาตรการบ่อยๆ ก็จะยิ่งไม่มีผลต่อเศรษฐกิจมากนัก
ด้าน ภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับมาตรการช็อปช่วยชาติ เพราะเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อ ผู้บริโภค เนื่องจากปกติคนไทยช็อปปิ้งมักจะซื้อสินค้ามากกว่าวงเงินที่ตั้งไว้ ขณะเดียวกันจะมีผลกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปีได้ด้วย จึงจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมให้ขยายตัวดี
ปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า หากมีมาตรการช็อปช่วยชาติ ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นทำให้เกิดการใช้จ่าย ถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีก ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า การที่ภาครัฐออกมาประกาศกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกครั้งที่จัดสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีที่มีการจัดช็อปช่วยชาติ พบว่าร้านค้าภายในศูนย์การค้าในเครือของบริษัทมียอดขายเติบโต จากปกติมากถึง 30% และในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% เช่นกัน เนื่องจากขณะนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มกลับมาฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
เช่นเดียวกับ ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า การจัดมาตรการช็อปช่วยชาติถือเป็นมาตรการที่ดี เพราะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคให้กลับมาคึกคัก ซึ่งในส่วนของปีนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตจากปกติได้ไม่ต่ำกว่า 5-10% ถือว่าใกล้เคียงปีที่ 2 ที่สามารถกระตุ้นยอดขายให้เติบโตได้ที่ประมาณ 5% เนื่องจากปีที่ผ่านมาประเทศไทยยังอยู่ในภาวะไม่พร้อมจับจ่ายใช้สอย เมื่อเทียบกับครั้งแรกภาวะอารมณ์พร้อมจับจ่ายใช้สอย จึงทำให้มาตรการช็อปช่วยชาติในปีแรกสามารถกระตุ้นยอดขายให้เติบโตได้สูงถึง 20%
สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายกิจการบรรษัท บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารห้างเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนสำหรับมาตรการช็อปช่วยชาติอย่างเต็มที่ ด้วยการเตรียมความพร้อมทุกสาขาทั่วประเทศ และในสาขาที่มีลูกค้าจำนวนมากจะมีการนำอี-สมาร์ท การ์ดรีดเดอร์ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการออกใบกำกับภาษีเต็ม รูปแบบให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น







