
บาทแข็งแล้ว9%
เงินนอกทะลักเข้า1.2แสนล้านระบุแค่จุดเริ่มต้นแก้ไม่ได้เจอดี
โพสต์ทูเดย์
— เงินทุนนอกทะลักเข้าไทยหนักร่วม 1.27 แสนล้าน ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้ว 9%นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ควรหาแนวทางป้องกันเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาด กลางและขนาดย่อม จึงเห็นว่า ธปท.ควรเลือกแนวทางการดำเนินนโยบายให้ชัดว่าจะมุ่งดูแลแต่เรื่องเงินเฟ้อ โดยการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจัดการเงินเฟ้อ แต่คงไม่สามารถแก้เรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าได้ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนมากขึ้น
สำหรับปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนได้จากภาวะตลาดตราสารหนี้ในช่วงเดือน ก.ค.ก.ย. 2553 ที่ผ่านมา พบว่ามีเงินจากนักลงทุนต่าง ชาติไหลเข้ามาในตลาดทุนสูง กว่า 1.27 แสนล้านบาท ในจำนวนนั้นกว่า 75% ลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหลัก อีก 25% ลงทุนในตลาดหุ้น
ทั้งนี้ จากการหารือกับนักลงทุนต่างชาติ พบว่าขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายในตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากมีผลตอบแทนและความเสี่ยงต่ำได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่น่าลงทุน จึงทำให้นักลงทุนประเภทสถาบันจาต่างชาติทยอยปรับสัดส่วนเข้ามาลงทุนมากขึ้นเป็น 23% ของเป้าหมายที่ระดับ 10% จึงเกรงว่าหาก ธปท.ไม่รีบหามาตรการรองรับ อาจทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปมากกว่านี้ได้
“
การไหลเข้าของเงินทุนต่าง ชาติในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นแบบก้าวกระโดด ซึ่งยังเป็นแค่การเริ่มต้น ตลาดตราสารหนี้เรายังบวมขนาดนี้ ถ้าชะลอไม่ได้บาทก็จะแข็งไปอีก ซึ่ง ธปท.ต้องดูว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร แต่คงบอกไม่ได้ว่า ธปท.ควรจะลดหรือตรึงดอกเบี้ยไว้” จักรกฤศฏิ์ กล่าวนายจักรกฤศฏิ์ได้เสนอแนวทางการป้องกันเงินทุนไหลเข้าว่า ภาครัฐควรต้องไปหารือร่วมกันให้ชัดเจนว่า ต้องการจะแก้ปัญหาที่จุดไหนก่อนระหว่างเรื่องค่าเงินบาทหรือเงินเฟ้อ
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ปัจจุบันเงินทุนต่างประเทศยังไหลเข้าในภูมิภาคนี้รวมถึงไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจของสหรัฐและความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาค่อนข้างแย่มาก ราคาบ้านตก นักลงทุนจึงวิ่งมาหาผลตอบแทนจากข้างนอกแทน ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลให้ราคาทองคำหรือราคาสินทรัพย์อื่นๆ ปรับตัวสูงขึ้นด้วย ขณะที่เงินยูโรก็แข็งค่า
นางสุชาดา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ค่าเงินบาทและเงินสกุลอื่นในภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้น จากภาวะค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าค่อนข้างมาก โดยเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ดัชนีเงินเหรียญสหรัฐอยู่ที่ระดับ 78 สะท้อนว่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงมาก ส่งผลให้เงินบาทล่าสุดแข็งค่าขึ้นแล้ว 9% แข็งเป็นอันดับ 23 ของภูมิภาคนี้ โดยมีค่าความผันผวนกว่า 3% นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค
“
บาทแข็งค่า 9% แข็งเร็วไปหรือไม่ ไม่รู้ แต่นักลงทุนก็คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเศรษฐกิจสหรัฐชะลอลง ทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามามากขึ้น” นางสุชาดา กล่าวขณะที่ สบน.จะเร่งตราสารหนี้ระยะยาว และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2554 สบน. มีแผนออกพันธบัตรจำนวน 9 หมื่นล้านบาท โดยเห็นว่าทางการไม่ควรออกมาตรการสกัดเงิน
ทุนไหลเข้า แต่ควรปล่อยให้เงินไหลเข้ามาได้ตามปกติ เพราะเมื่อมีเงินไหลเข้ามากๆ สภาพคล่องล้น จะมีผลให้ดอกเบี้ยลดได้เอง เพราะเกรงว่าการออกมาตรการจะมีช่อง
โหว่อื่นตามมาได้
ขณะเดียวกันภาครัฐควรเร่งการลงทุนในโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น โครงการรถไฟฟ้า และโครงการไทยเข้มแข็ง และควรเร่งส่งเสริมให่เอกชนเร่งลงทุน ในช่วงที่มีเงินไหล
มามากๆ และค่าบาทแข็งค่า
สำหรับในปี 2554 สบน. มีแผนออกตราสารหนี้ในประเทศ และการออกพันธบัตรรัฐบาลทั้งสิ้นจำนวน 4.5 แสนล้านบาท โดยในไตรมาสแรกตั้งเป้าหมายออก
พันธบัตรจำนวน 9 หมื่นล้านบาท และเตรียมจะออกพันธบัตร 50 ปี ในช่วงไตรมาสที่ 2 อีก 4,500 ล้านบาท และพันธบัตรที่อิงกับอัตราเงินเฟ้อ อีก 9,000
ล้านบาท เริ่มในช่วงไตรมาสที่ 2 4 เนื่องจากขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือเกณฑ์การถือครองพันธบัตรอยู่







