
ครม.ต้องมืออาชีพ
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วนี้ๆ นั้น หลายภาคส่วนได้ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ปรับ ครม.ครั้งใหญ่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการที่จะขับเคลื่อนประเทศไทย ก่อนจะเข้าสู่การเลือกตั้งตามโรดแมปในปลายปี 2561
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วนี้ๆ นั้น หลายภาคส่วนได้ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ปรับ ครม.ครั้งใหญ่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการที่จะขับเคลื่อนประเทศไทย ก่อนจะเข้าสู่การเลือกตั้งตามโรดแมปในปลายปี 2561
ทั้งนี้ ครม.ชุดปัจจุบันซึ่งถือเป็นชุดที่ 4 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยอมรับว่ายังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในหลายเรื่องด้วยกัน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง และเรื่องพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ
แม้รัฐบาลประกาศตลอดเวลาว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจพุ่งสูงขึ้นในหลายด้าน แต่ประชาชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะระดับล่าง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี ยังอดมื้อกินมื้อ สินค้าอุปโภคบริโภคราคาสูงขึ้น แต่รายได้กลับลด ซึ่งนับวันจะได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้น
ตัวอย่างสะท้อนล่าสุดโดยสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เปิดเผยผลสำรวจประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นควรปรับ ครม. 71.4% โดยปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขเร็วที่สุด ได้แก่ ปากท้อง ค่าครองชีพ ภัยพิบัติน้ำท่วม ยาเสพติด อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัย ช่วยเหลือคนไทยมีงานทำ ส่งเสริมธุรกิจออนไลน์ สูงถึง 44.4% ในขณะที่ 42.9% เห็นควรเร่งแก้ปัญหาการเมือง เช่น ความขัดแย้ง วุ่นวายภายในรัฐบาล คนใกล้ตัวนายกรัฐมนตรี
ผลสำรวจดังกล่าวยังได้ระบุชัดว่า ฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลดลงจาก 78.4% ในเดือน ก.ค. ตกลงมาอยู่ที่ 52% ในการสำรวจครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว โดยบอกว่านายกรัฐมนตรีทำงานเหนื่อยจะตาย ผลสำรวจไม่น่าจะสะท้อนความเป็นจริง และมั่นใจว่าทุกอย่างดีขึ้นทุกวัน
ทว่า นั่นเป็นความคิดของผู้ที่อยู่ในอำนาจ ซึ่งทุกครั้งในอดีตที่ผ่านมา ถ้าผลสำรวจเป็นลบมักจะไม่ยอมรับความจริง แต่ถ้าผลเป็นบวกมักจะหยิบยกมากล่าวอ้างอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ก่อนประกาศปลดล็อกและกำหนดวันเลือกตั้ง โดยการปรับ ครม.ยกชุด ปรับสัดส่วนของทหารที่มีอยู่มากออกไป เพิ่มมืออาชีพ เข้ามาบริหารจัดการให้มากขึ้น เพื่อสร้างความยอมรับความมั่นใจให้กับประชาชน
ต้องยอมรับว่ากว่า 3 ปีที่รัฐบาล คสช.บริหารประเทศ รัฐมนตรีบางคนไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากนัก บางคนมีเรื่องฉาวไม่โปร่งใสในการดำเนินการโครงการต่างๆ แต่ยังสามารถอยู่ในตำแหน่งได้อย่างยาวนาน ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาว่าเป็นเด็กบิ๊กนั้นบิ๊กนี้ หลังบ้านคนใหญ่ใน คสช.
ฉะนั้น ในการปรับ ครม.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีความเด็ดขาด อย่าได้เกรงใจ หรือตอบแทนพี่น้องผองเพื่อนทหาร เพราะระยะเวลา กว่า 3 ปีที่ผ่านมา คงเพียงพอแล้วสำหรับทหารที่เข้ามานั่งบริหาร ในกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงที่เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ เพราะจากนี้ปัญหาประเทศไม่ใช่เรื่องปัญหาของความมั่นคง แต่เป็นปัญหา ด้านเศรษฐกิจ และถ้าหากยังมัวเกรงใจ ตอบแทนกันอยู่อีก ปัญหาก็ ไม่ได้รับการแก้ไข และสุดท้ายอาจลุกลามบานปลาย ผลร้ายก็จะตกอยู่กับประเทศตลอดไป n







