posttoday
บล.กรุงศรี หวังเป็นโบรกฯ พรีเมียม

บล.กรุงศรี หวังเป็นโบรกฯ พรีเมียม

01 พฤศจิกายน 2560

เจียรนัย อุตะมะอุดมการณ์ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรี ที่เพิ่งเข้ามาเป็นผู้นำ บล.แห่งนี้ได้สามปี ภายหลังการเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป(เอ็มยูเอฟจี) กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลกสัญชาติญี่ปุ่นในธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทแม่ของ บล.กรุงศรี

เจียรนัย อุตะมะ

อุดมการณ์ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรี ที่เพิ่งเข้ามาเป็นผู้นำ บล.แห่งนี้ได้สามปี ภายหลังการเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป(เอ็มยูเอฟจี) กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลกสัญชาติญี่ปุ่นในธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทแม่ของ บล.กรุงศรี

บล.กรุงศรี เปิดตัวต่อสาธารณชน ครั้งแรกเมื่อกลางปี 2560 ที่ผ่านมาด้วยการ ประกาศว่าจะผนึกกลยุทธ์ผสานพลังกับ กลุ่มธุรกิจของกรุงศรีกรุ๊ปและเอ็มยูเอฟจี วางแผนขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเป็นโบรกเกอร์ระดับภูมิภาคในซีแอลเอ็มวี หรือกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ด้วยการปรับแพลตฟอร์มดำเนินธุรกิจให้สะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพด้านไอที ดันออนไลน์เทรดดิ้ง เติบโตแข็งแกร่ง

"เราต้องการจะเป็นพรีเมียมโบรกเกอร์ในเครือธนาคารที่มีบริการที่หลากหลายไว้ให้บริการลูกค้าและเป็นโบรกเกอร์ขนาดใหญ่ 1 ใน 10 อันดับแรกที่เน้นทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า โดย ไม่เน้นแข่งขันราคา เน้นคุณภาพเป็นหลัก" อุดมการณ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับโพสต์ ทูเดย์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะนี้ในส่วนของซีแอลเอ็มวีจะมีการทำธุรกรรมวาณิชธนกิจโดยได้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนขายกองทุนเปิดเอสเคเอฟเอ็มแม่โขง ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สยามไนท์ฟันด์

อุดมการณ์ กล่าวว่า จุดแข็งของ บล.กรุงศรี คือ

ประการแรก เป็นบริษัทหลักทรัพย์ระดับสากลที่มีธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นบริษัทแม่มีเครือข่ายทั่วประเทศไทยและมีเอ็มยูเอฟจีที่มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 2,000 แห่งในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกที่ สามารถมีผลิตภัณฑ์หลากหลายในการให้บริการลูกค้า

ประการที่สอง บล.สามารถทำธุรกิจแตกต่างจาก บล.อื่น โดยการเจาะลูกค้าไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวี โดยมีฐานลูกค้าจาก บริษัทแม่อยู่แล้ว

ประการที่สาม ธุรกิจวาณิชธนกิจสามารถเชื่อมต่อสายสัมพันธ์กับบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นลูกค้าของธนาคารได้

ดังนั้น บริษัทสามารถกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง โดยหันไปเน้นธุรกิจวาณิชธนกิจ ที่ปรึกษาการเงินต่างชาติ หรือทำธุรกิจได้ครอบคลุมทั้งหมดทั้งรายย่อย รายใหญ่ เวลธ์ และสถาบัน

สำหรับโบรกเกอร์ญี่ปุ่นที่เข้ามาทำธุรกิจในปีนี้เป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ให้บริการค้าหลักทรัพย์โดยไม่มีคำแนะนำ ไม่ต้องมี เจ้าหน้าที่การตลาดดูแล แต่เน้นที่ระบบการ ซื้อขายซึ่งเจาะลูกค้าต่างจากบริษัท

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ธุรกิจซื้อขาย หลักทรัพย์ยังทำกำไรหลักให้ บล.แห่งนี้ ถึง 85% รองลงมาเป็นธุรกิจวาณิชธนกิจ 5% ที่เหลือเป็นธุรกิจอื่น

ทั้งนี้ ส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจค้า หลักทรัพย์ของ บล.กรุงศรี ได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2557 มีส่วนแบ่งการตลาด 1.42% ปี 2558 อยู่ที่ 1.65% ปี 2559 อยู่ที่ 1.85% และตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2.4% โดยคาดว่าทั้งปีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.4-2.5%

ปีนี้อุดมการณ์ตั้งเป้าล่าสุดว่าจะมีกำไรเติบโตจากปีก่อน 20-25% จากเมื่อกลางปี ตั้งเป้าไว้จะโตจากปีก่อน 54% โดยปี 2559 บล.กรุงศรี มีกำไรกว่า 50 ล้านบาท

"9 เดือนแรกที่ผ่านมามีธุรกรรมหุ้นที่กระจายขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ทั้ง เป็นที่ปรึกษาการเงินและอันเดอร์ไรต์ 7-8 บริษัท มูลค่าธุรกิจ 500-600 ล้านบาท"

สำหรับต้นปีนี้ธุรกิจไม่ค่อยดี เพิ่งมาดี ช่วงปลายปี และคาดว่าจะดีต่อเนื่องไปถึง ปีหน้า

"มูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ปีนี้คาดว่า ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท/วัน ปีหน้า คาดว่าจะสูงกว่านี้จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ความไม่แน่นอนหายไปทำให้ธุรกิจ หลักทรัพย์โดยรวมดีขึ้น คาดว่าจะมีบริษัท เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นมากขึ้น ทำให้รายได้วาณิชธนกิจและจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น (อันเดอร์ไรต์) เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นธุรกิจเวลธ์แมเนจเมนต์ยังโตต่อ มีบริษัทหลักทรัพย์เริ่มทำมากขึ้นช่วยกระจายรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์"

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทางการเงินหรือฟินเทคจะทำให้รูปแบบธุรกิจของ บล.เปลี่ยนไป

อุดมการณ์ กล่าวว่า แม้แนวโน้มธุรกิจหลักทรัพย์จะสดใส แต่การแข่งขันในการดำเนินธุรกิจปีหน้าก็ยังเหนื่อย มีเรื่อง ท้าทายค่อนข้างมาก การแข่งขันสูงและ มีคู่แข่งใหม่เข้ามาได้ง่าย 2 ปีก่อนเข้ามา แล้ว 2 โบรกเกอร์ ปีนี้เข้ามาอีก 1 โบรกเกอร์

บริษัทยังไม่ตั้งเป้าหมายกำไรปีหน้าแต่ตั้งเป้าจะกระจายความเสี่ยงกำไรจากธุรกิจ หลักทรัพย์เหลือ 60% ของกำไรทั้งหมดเพื่อกระจายกำไรไปยังธุรกิจอื่น โดยจะเพิ่มกำไรจากธุรกิจวาณิชธนกิจเป็น 10% โดยคาดว่าจะมีธุรกรรมในมือปีหน้า 3,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะจบที่ 2,000 ล้านบาท โดยเป็นธุรกรรมทั้งที่ปรึกษาการเงินและผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (อันเดอร์ไรต์)

อุดมการณ์ กล่าวว่า ธุรกิจวาณิชธนกิจ บริษัทเน้นเป็นที่ปรึกษาบริษัทขนาด กลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เป็นหลัก โดยมีฐานลูกค้าจากธนาคารแม่

นอกจากนั้นยังกระจายกำไรไปยังธุรกิจอื่นทั้งเซลลิ่งเอเยนต์ที่ขายกองทุนรวม ไพรเวทฟันด์ ทั้งนี้ปีหน้าจะรุกธุรกิจเวลธ์แมเนจเมนต์หรือรับบริหารเงินให้ลูกค้า และเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ

ด้านธุรกิจฟินเทคกำลังจะเข้าไปในกรุงศรีฟินโนมีนา โดยบริษัทฟินเทค เวนเจอร์แคป ร่วมกับธนาคารกรุงศรีฟินโนเวท ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อหาเวนเจอร์บางรายลงทุน โดยฟินโนมีนากำลังสร้างแพลตฟอร์มใหม่

ด้านทีมวิเคราะห์บริษัทจัดทำบทวิเคราะห์ครอบคลุม 80% ของมูลค่า หลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาด 120 บริษัท เพื่อหาแนวความคิดและหุ้นใหม่ให้นักลงทุน ทั้งรายย่อยและสถาบัน โดยเน้นหุ้นกลางและหุ้นเล็กเป็นหลัก

ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าสถาบันมากกว่า 50 รายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และสถาบันต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย