
บล.กรุงศรี หวังเป็นโบรกฯ พรีเมียม
เจียรนัย อุตะมะอุดมการณ์ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรี ที่เพิ่งเข้ามาเป็นผู้นำ บล.แห่งนี้ได้สามปี ภายหลังการเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป(เอ็มยูเอฟจี) กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลกสัญชาติญี่ปุ่นในธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทแม่ของ บล.กรุงศรี
เจียรนัย อุตะมะ
อุดมการณ์ อุดมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรี ที่เพิ่งเข้ามาเป็นผู้นำ บล.แห่งนี้ได้สามปี ภายหลังการเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป(เอ็มยูเอฟจี) กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลกสัญชาติญี่ปุ่นในธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทแม่ของ บล.กรุงศรี
บล.กรุงศรี เปิดตัวต่อสาธารณชน ครั้งแรกเมื่อกลางปี 2560 ที่ผ่านมาด้วยการ ประกาศว่าจะผนึกกลยุทธ์ผสานพลังกับ กลุ่มธุรกิจของกรุงศรีกรุ๊ปและเอ็มยูเอฟจี วางแผนขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเป็นโบรกเกอร์ระดับภูมิภาคในซีแอลเอ็มวี หรือกัมพูชา ลาว เมียนมาและเวียดนาม ด้วยการปรับแพลตฟอร์มดำเนินธุรกิจให้สะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพด้านไอที ดันออนไลน์เทรดดิ้ง เติบโตแข็งแกร่ง
"เราต้องการจะเป็นพรีเมียมโบรกเกอร์ในเครือธนาคารที่มีบริการที่หลากหลายไว้ให้บริการลูกค้าและเป็นโบรกเกอร์ขนาดใหญ่ 1 ใน 10 อันดับแรกที่เน้นทำกำไรอย่างมีประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า โดย ไม่เน้นแข่งขันราคา เน้นคุณภาพเป็นหลัก" อุดมการณ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับโพสต์ ทูเดย์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา
ขณะนี้ในส่วนของซีแอลเอ็มวีจะมีการทำธุรกรรมวาณิชธนกิจโดยได้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนขายกองทุนเปิดเอสเคเอฟเอ็มแม่โขง ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สยามไนท์ฟันด์
อุดมการณ์ กล่าวว่า จุดแข็งของ บล.กรุงศรี คือ
ประการแรก เป็นบริษัทหลักทรัพย์ระดับสากลที่มีธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นบริษัทแม่มีเครือข่ายทั่วประเทศไทยและมีเอ็มยูเอฟจีที่มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 2,000 แห่งในกว่า 50 ประเทศทั่วโลกที่ สามารถมีผลิตภัณฑ์หลากหลายในการให้บริการลูกค้า
ประการที่สอง บล.สามารถทำธุรกิจแตกต่างจาก บล.อื่น โดยการเจาะลูกค้าไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวี โดยมีฐานลูกค้าจาก บริษัทแม่อยู่แล้ว
ประการที่สาม ธุรกิจวาณิชธนกิจสามารถเชื่อมต่อสายสัมพันธ์กับบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นลูกค้าของธนาคารได้
ดังนั้น บริษัทสามารถกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง โดยหันไปเน้นธุรกิจวาณิชธนกิจ ที่ปรึกษาการเงินต่างชาติ หรือทำธุรกิจได้ครอบคลุมทั้งหมดทั้งรายย่อย รายใหญ่ เวลธ์ และสถาบัน
สำหรับโบรกเกอร์ญี่ปุ่นที่เข้ามาทำธุรกิจในปีนี้เป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ให้บริการค้าหลักทรัพย์โดยไม่มีคำแนะนำ ไม่ต้องมี เจ้าหน้าที่การตลาดดูแล แต่เน้นที่ระบบการ ซื้อขายซึ่งเจาะลูกค้าต่างจากบริษัท
อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ธุรกิจซื้อขาย หลักทรัพย์ยังทำกำไรหลักให้ บล.แห่งนี้ ถึง 85% รองลงมาเป็นธุรกิจวาณิชธนกิจ 5% ที่เหลือเป็นธุรกิจอื่น
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจค้า หลักทรัพย์ของ บล.กรุงศรี ได้เพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยในปี 2557 มีส่วนแบ่งการตลาด 1.42% ปี 2558 อยู่ที่ 1.65% ปี 2559 อยู่ที่ 1.85% และตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2.4% โดยคาดว่าทั้งปีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.4-2.5%
ปีนี้อุดมการณ์ตั้งเป้าล่าสุดว่าจะมีกำไรเติบโตจากปีก่อน 20-25% จากเมื่อกลางปี ตั้งเป้าไว้จะโตจากปีก่อน 54% โดยปี 2559 บล.กรุงศรี มีกำไรกว่า 50 ล้านบาท
"9 เดือนแรกที่ผ่านมามีธุรกรรมหุ้นที่กระจายขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ทั้ง เป็นที่ปรึกษาการเงินและอันเดอร์ไรต์ 7-8 บริษัท มูลค่าธุรกิจ 500-600 ล้านบาท"
สำหรับต้นปีนี้ธุรกิจไม่ค่อยดี เพิ่งมาดี ช่วงปลายปี และคาดว่าจะดีต่อเนื่องไปถึง ปีหน้า
"มูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ปีนี้คาดว่า ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท/วัน ปีหน้า คาดว่าจะสูงกว่านี้จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ความไม่แน่นอนหายไปทำให้ธุรกิจ หลักทรัพย์โดยรวมดีขึ้น คาดว่าจะมีบริษัท เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นมากขึ้น ทำให้รายได้วาณิชธนกิจและจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น (อันเดอร์ไรต์) เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นธุรกิจเวลธ์แมเนจเมนต์ยังโตต่อ มีบริษัทหลักทรัพย์เริ่มทำมากขึ้นช่วยกระจายรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์"
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทางการเงินหรือฟินเทคจะทำให้รูปแบบธุรกิจของ บล.เปลี่ยนไป
อุดมการณ์ กล่าวว่า แม้แนวโน้มธุรกิจหลักทรัพย์จะสดใส แต่การแข่งขันในการดำเนินธุรกิจปีหน้าก็ยังเหนื่อย มีเรื่อง ท้าทายค่อนข้างมาก การแข่งขันสูงและ มีคู่แข่งใหม่เข้ามาได้ง่าย 2 ปีก่อนเข้ามา แล้ว 2 โบรกเกอร์ ปีนี้เข้ามาอีก 1 โบรกเกอร์
บริษัทยังไม่ตั้งเป้าหมายกำไรปีหน้าแต่ตั้งเป้าจะกระจายความเสี่ยงกำไรจากธุรกิจ หลักทรัพย์เหลือ 60% ของกำไรทั้งหมดเพื่อกระจายกำไรไปยังธุรกิจอื่น โดยจะเพิ่มกำไรจากธุรกิจวาณิชธนกิจเป็น 10% โดยคาดว่าจะมีธุรกรรมในมือปีหน้า 3,000 ล้านบาท จากปีนี้ที่คาดว่าจะจบที่ 2,000 ล้านบาท โดยเป็นธุรกรรมทั้งที่ปรึกษาการเงินและผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (อันเดอร์ไรต์)
อุดมการณ์ กล่าวว่า ธุรกิจวาณิชธนกิจ บริษัทเน้นเป็นที่ปรึกษาบริษัทขนาด กลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เป็นหลัก โดยมีฐานลูกค้าจากธนาคารแม่
นอกจากนั้นยังกระจายกำไรไปยังธุรกิจอื่นทั้งเซลลิ่งเอเยนต์ที่ขายกองทุนรวม ไพรเวทฟันด์ ทั้งนี้ปีหน้าจะรุกธุรกิจเวลธ์แมเนจเมนต์หรือรับบริหารเงินให้ลูกค้า และเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ
ด้านธุรกิจฟินเทคกำลังจะเข้าไปในกรุงศรีฟินโนมีนา โดยบริษัทฟินเทค เวนเจอร์แคป ร่วมกับธนาคารกรุงศรีฟินโนเวท ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อหาเวนเจอร์บางรายลงทุน โดยฟินโนมีนากำลังสร้างแพลตฟอร์มใหม่
ด้านทีมวิเคราะห์บริษัทจัดทำบทวิเคราะห์ครอบคลุม 80% ของมูลค่า หลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาด 120 บริษัท เพื่อหาแนวความคิดและหุ้นใหม่ให้นักลงทุน ทั้งรายย่อยและสถาบัน โดยเน้นหุ้นกลางและหุ้นเล็กเป็นหลัก
ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าสถาบันมากกว่า 50 รายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ประกัน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และสถาบันต่างประเทศ







