
คาด JAS ร่วมประมูล
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ผลจากการที่ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ประกาศจะจัดการประมูลคลื่น 1800/900 MHz ในเดือน พ.ค. 2561 และออกใบอนุญาตในเดือน มิ.ย.
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้
ผลจากการที่ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ประกาศจะจัดการประมูลคลื่น 1800/900 MHz ในเดือน พ.ค. 2561 และออกใบอนุญาตในเดือน มิ.ย.
o กสทช.มีแผนจะทำร่างสรุปข้อสนเทศ (IM) ให้เสร็จภายในวันที่ 8 พ.ย. และจะจัดการทำประชาพิจารณ์ภายใน 30 วัน ก่อนที่จะประกาศ IM ภายในเดือน ม.ค. 2561 และผู้ประกอบการจะยื่นใบคำขอเข้าประมูลได้ภายในเดือน มี.ค. และจัดการประมูลในเดือน พ.ค.
o กสทช.มีแผนที่จะประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz จำนวน 3 ใบ (2x15 MHz ต่อสัญญา) มีราคาประมูลเริ่มต้นที่ 3.75 หมื่นล้านบาท และคลื่น 900 MHz 1 ใบ (2x5 MHz) มีราคาประมูลเริ่มต้นที่ 3.79 หมื่นล้านบาท ใบอนุญาตมีอายุ 15 ปี และจะต้องวางเงิน 1,870 ล้านบาท และ 5,700 ล้านบาท สำหรับคลื่น 1800 MHz และ 900 MHz และมีรูปแบบการชำระเงิน 3 งวด และ 4 งวดตามลำดับ
o กสทช.ได้มีการพูดถึงการประมูลหลายครั้งในปี 2559 แต่ครั้งนี้มีรายละเอียดสูงที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่าการประมูลจะจัดขึ้นภายใต้คณะกรรมการชุดใหม่หรือไม่ (กรรมการชุดเดิมครบวาระในเดือน ต.ค. หรือหากต้องเลือกกรรมการใหม่จะต้องใช้เวลาหลายเดือน) ซึ่งมองว่าหากรัฐบาลไม่คัดค้านคณะกรรมการชุดเดิมจะสามารถจัดการประมูลได้
o แม้การประมูลนี้จะเป็นข่าวดีต่อบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เนื่องจากราคาประมูลคลื่น 1800 MHz ที่ต่ำกว่าคาด จากที่คาดไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท แต่การที่ กสทช.อนุญาตให้ JAS เข้าร่วมการประมูลเป็นสิ่งที่ทำให้ตลาดตกใจ หลังจากที่ JAS ได้เข้าร่วมการประมูลในปี 2558 และทำให้ราคาของใบอนุญาตเพิ่มขึ้นสูงก่อนที่จะไม่สามารถชำระเงินได้ เนื่องจากธนาคารปฏิเสธการสนับสนุน
o เชื่อว่าการจัดประมูลครั้งนี้จะกดดันราคาของกลุ่มสื่อสาร และคาดว่า DTAC จะประมูลไม่เกิน 1 สัญญา ทำให้เชื่อว่า DTAC มีความสามารถในการสู้ราคา แต่อย่างไรก็ตาม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) มูลค่าที่เหมาะสม 7 บาท แนะนำ ถือ สำหรับกลุ่มสื่อสาร
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) รายงานกำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 3 อยู่ที่ 7,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3.5% จากไตรมาส 2 เป็นไปตามที่ตลาดคาด มีประเด็นสำคัญดังนี้
o จำนวนผู้ใช้บริการลดลง แต่รายได้เพิ่มขึ้น : จำนวนผู้ใช้บริการลดลง 287,200 ราย ในช่วงไตรมาส 3 (ระบบเติมเงินลดลง 522,500 ราย แต่ระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 235,300 ราย)
แต่รายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อคน (ARPU) เพิ่มขึ้น เนื่องจากการย้ายไปใช้งานระบบรายเดือน และการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งชดเชยรายได้จากค่าโทรที่ลดลง โดยรายได้จากการใช้มือถือเพิ่มขึ้น 3.9% เทียบปีต่อปี หากรวมรายได้จากอินเทอร์เน็ต ARPU เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 637 บาท/เดือน (เทียบกับ 600 บาท/เดือน) ทำให้รายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่น้อยกว่าในช่วงไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้น 6.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
o ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง ติดตามการแข่งขันในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. : ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดลดลง 31.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และผู้บริหารได้เน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่มในการทำแคมเปญอุดหนุนค่าเครื่อง นอกจากนี้ เงินลงทุนยังคงลดลง
แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามการแข่งขันของกลุ่มในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. แม้ว่าผู้บริหารจะมั่นใจว่าผู้ใช้บริการใหม่จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple จะยังไม่ทำให้ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นมากนักในขณะนี้
o การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การประมูล : แม้ว่าผลการดำเนินงานออกมาเป็นไปตามคาด แต่ราคาหุ้น ADVANC ลดลง 6.2% ในช่วงกลางเดือน ต.ค. (เทียบกับ SET ลดลง 13%) เนื่องจากข่าวการประกาศเกณฑ์ประมูลคลื่นของ กสทช. โดยผู้บริหารกล่าวว่าเกณฑ์การประมูลอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกในปีหน้า ซึ่ง ADVANC มีความสนใจคลื่น 1800 MHz แต่ยังคงต้องรอเงื่อนไขการประมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ ทั้งนี้ ยังคงแนะนำให้ ถือ ADVANC โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 184 บาท
ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 3 และข่าวการประมูลคลื่น ADVANC รายงานกำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 3 อยู่ที่ 7,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3.5% จากไตรมาส 2 เป็นไปตามที่ตลาดคาด มีประเด็นสำคัญดังนี้
o จำนวนผู้ใช้บริการลดลง แต่รายได้เพิ่มขึ้น จำนวนผู้ใช้บริการลดลง 287,200 รายในช่วงไตรมาส 3 (ระบบเติมเงินลดลง 522,500 ราย แต่ระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 235,300 ราย
อย่างไรก็ตาม ARPU เพิ่มขึ้น เนื่องจากการย้ายไปใช้งานระบบรายเดือน และการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งชดเชยรายได้จากค่าโทรที่ลดลง โดยรายได้จากการใช้มือถือเพิ่มขึ้น 3.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากรวมรายได้จากอินเทอร์เน็ต (ARPU เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 637 บาท/เดือน เทียบกับ 600 บาท/เดือน) ทำให้รายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่น้อยกว่าในช่วงไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้น 6.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน







