
คลอดดัชนีชี้วัดบริการ
พาณิชย์จัดทำดัชนีชี้วัดภาคบริการของไทย เตรียมเสนอ "สมคิด" พิจารณากลาง พ.ย.นี้
พาณิชย์จัดทำดัชนีชี้วัดภาคบริการของไทย เตรียมเสนอ "สมคิด" พิจารณากลาง พ.ย.นี้
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ การจัดทำดัชนีภาคบริการของไทยตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการนั้น ใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยถือเป็นการจัดทำดัชนีชี้วัดภาคบริการรายเดือนครั้งแรก เพื่อใช้ในการติดตามและประเมินกิจกรรม รวมทั้งแนวโน้มของภาคบริการในประเทศทั้งภาพรวมและรายสาขาย่อย ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางพัฒนาภาคบริการของภาครัฐและเอกชนได้อย่างเหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้ ขั้นตอนการจัดทำล่าสุดอยู่ระหว่างการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มาแสดงความเห็นต่อวิธีการคำนวณ (Methodology) และการให้น้ำหนักข้อมูลเป็นครั้งสุดท้าย คาดว่าจะเสนอให้นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พิจารณาได้ภายในประมาณกลางเดือน พ.ย.นี้ ก่อนเสนอนายสมคิดเห็นชอบ และ สนค.จะกำหนดวันที่แถลงเป็นประจำทุกเดือนต่อไป
สำหรับดัชนีชี้วัดภาคบริการของไทยได้พัฒนาขึ้นมา โดยประมวลข้อมูลจากหลายแหล่งด้วยกัน ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลด้านธุรกิจบริการรายสาขาของไทย 13 สาขา เช่น การก่อสร้าง การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย กิจกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ กิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ ศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดัชนีจะประกอบด้วยข้อมูล 2 มิติ ได้แก่ มิติด้าน Performance ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัด เช่น มูลค่ายอดขาย จำนวนแรงงาน จำนวนนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งใหม่สุทธิ มูลค่าทุนจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่สุทธิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาย่อม (เอสเอ็มอี) ภาคการค้าและบริการ และมิติด้าน Potential & Confidence ประกอบด้วย 6 ตัวชี้วัด เช่น จำนวนนิติบุคคลจดทะเบียนเพิ่มทุน มูลค่าทุนจดทะเบียนนิติบุคคลเพิ่มทุน จำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน มูลค่าเงินลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน และดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น
"เชื่อมั่นว่าดัชนีดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยเป็นตัวชี้วัดที่สามารถประเมินผลการดำเนินงานและแนวโน้มภาคบริการของประเทศ" น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว







