posttoday
อันดับทำธุรกิจไทยพุ่ง

อันดับทำธุรกิจไทยพุ่ง

01 พฤศจิกายน 2560

โพสต์ทูเดย์ - เวิลด์แบงก์ขยับอันดับความยากง่ายทำธุรกิจในไทยจาก 48 เป็น 26 หลังพัฒนาการโดดเด่นติด 1 ใน 10

โพสต์ทูเดย์ - เวิลด์แบงก์ขยับอันดับความยากง่ายทำธุรกิจในไทยจาก 48 เป็น 26 หลังพัฒนาการโดดเด่นติด 1 ใน 10

นางนาเดีย โนวิค นักวิเคราะห์ด้านการประกอบธุรกิจ ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ เปิดเผยว่า เวิลด์แบงก์ได้จัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือดูอิ้ง บิซิเนส 2018 โดยเปรียบเทียบ 190 ประเทศทั่วโลก ผลปรากฏว่า ไทยได้อันดับที่ 26 ดีขึ้น 20 ลำดับจากครั้งที่ผ่านมาได้ลำดับที่ 46

ทั้งนี้ หากนับลำดับครั้งที่ผ่านมาใหม่โดยปรับวิธีการวัดให้เหมือนครั้งนี้ ครั้งที่ผ่านมาไทยอยู่ในลำดับที่ 48 เท่ากับอันดับดีขึ้นถึง 22 อันดับ หรือได้คะแนนเพิ่มเป็น 77.44 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ขณะที่ครั้งก่อนได้ 72.53 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ถือว่าไทยติด 1 ใน 10 ประเทศ ที่มีการพัฒนาอันดับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากเทียบลำดับในอาเซียนก็เป็นอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์ ซึ่งได้อันดับที่ 2 และมาเลเซียที่ได้อันดับ 24 โดยไทยได้คะแนนดีขึ้น 8 ใน 10 ตัวชี้วัด ส่วนตัวชี้วัดที่คะแนนลดลงอาจเป็นผลจากบางประเทศปรับปรุงรวดเร็วกว่าทำให้อันดับขึ้นเร็ว

ด้านตัวชี้วัดที่ไทยปรับดีขึ้นโดดเด่นที่สุด คือคะแนนด้านการเริ่มต้นธุรกิจที่ขยับจาก 87.01 คะแนน หรืออันดับ 78 มาอยู่ที่ 92.34 คะแนน หรืออันดับ 36 ผลพวงจากการยกเลิกการประทับตราบริษัทในใบหุ้น ยกเลิกข้อกำหนดการขออนุมัติระเบียบข้อบังคับในการทำงานของบริษัทจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำให้ลดเวลาจัดตั้งธุรกิจจากเดิม 25.5 วันได้เหลือ 4.5 วัน

สำหรับด้านอื่นที่ดีขึ้นเช่นกันคือ การขอใช้ไฟฟ้า การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุนเสียงข้างน้อย การชำระภาษี และการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง ขณะที่การจดทะเบียนทรัพย์สินคะแนนดีขึ้นจาก 68.34 คะแนนเป็น 68.75 คะแนน แต่อันดับคงเดิม การค้าระหว่างประเทศ คะแนนคงเดิม 84.10 คะแนน แต่อันดับลดลงจากอันดับ 56 ไปอยู่ที่อันดับ 57

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อันดับดังกล่าวเป็นเรื่องน่าดีใจ เพราะนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีการแข่งขันสูงมาก อินโดนีเซียขยับอันดับเร็วมากขึ้นมา 19 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 72 จาก 91 ส่วนเวียดนามอันดับดีขึ้น 14 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 68 จาก 82

"แม้อันดับไทยจะดีขึ้นปีนี้ แต่ยังตามหลังมาเลเซียอยู่ 2 อันดับ มาเลเซียอยู่ที่ 24 ดังนั้นไทยคงอยู่นิ่งไม่ได้ บอกคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไปแล้วว่าอันดับปีหน้าต้องไม่ตก และในปีหน้าต้องดีกว่าปีนี้ งานนี้ต้องขอบคุณนายกฯ ที่เอาจริง และใช้มาตรา 44 มาช่วย" นายสมคิด กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากส่วนราชการหลายแห่งปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานไปมาก มีการพูดคุยกับภาคเอกชนมากขึ้น ที่สำคัญคือรัฐบาลมีความจริงใจสนับสนุนให้การทำธุรกิจของเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศสะดวกรวดเร็วและเป็นประโยชน์มากที่สุด

นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนจะปรับปรุงการบริการอื่นๆ อีก เช่น กำหนดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนธุรกิจเป็นอัตราคงที่ ลดค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ แก้ไขกฎหมายหลักประกันธุรกิจ ขยายฐานการชำระแบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานประกันสังคม และการพัฒนาระบบ E-filing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยื่นแบบและชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล

อ่านประกอบ A2

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย