
ศุลกากรหืดจับรีดภาษีต่ำเป้า
กรมศุลกากรเหนื่อย รายได้เดือนแรกยังต่ำเป้าแม้ว่ายังสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน
กรมศุลกากรเหนื่อย รายได้เดือนแรกยังต่ำเป้าแม้ว่ายังสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน
นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การเก็บรายได้ของกรมศุลกากรเดือน ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 เก็บได้สุทธิ 7,246 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 8.8% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% เนื่องจากยังมีการชะลอนำเข้าสินค้าบางตัว เช่น รถยนต์ ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตใหม่เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเก็บภาษีจากฐานราคาสำแดงนำเข้า หรือซีไอเอฟ มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ ทำให้ผู้ประกอบการชะลอนำเข้าในระยะสั้น
นอกจากนี้ การเก็บภาษีของกรมศุลกากร ยังได้รับผลกระทบจากการสิทธิทางภาษีจากข้อตกลงเสรีการค้า หรือเอฟทีเอ กับประเทศต่างๆ ที่มีการใช้สิทธิเพิ่มมากขึ้น เหมือนปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา
นายกุลิศ กล่าวว่า กรมศุลกากรได้มีการหารือกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ถึงผล กระทบข้อตกลงการค้าเสรีที่ไทยทำกับจีน หรือเอฟทีเอไทยจีนไปแล้ว เนื่องจากมีรายการสินค้า 703 รายการ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ส่วนควบ และอุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ได้ลดอัตราภาษีเหลือ 0% เบื้องต้นจะมีการไม่ขอเลื่อนการลดภาษีออกไป เพราะขณะนี้ยังไม่มีการนำเข้ารถไฟฟ้าจากประเทศจีนเข้ามาในไทย อย่างไรก็ตาม อัตราภาษีที่ลดลงมีผลกระทบกับการเก็บภาษีของกรมศุลกากรในปี 2560
สำหรับการเริ่มใช้ พ.ร.บ.กรมศุลกากรใหม่ที่จะเริ่มในวันที่ 13 พ.ย.นี้ กรมศุลกากรได้มีการเตรียมความพร้อมไปกว่า 70-80% ซึ่งจะเพิ่มการอำนวยความสะดวกการค้ามากขึ้น โดยจะมีการยื่นใบขน การจ่ายค่าธรรมเนียม รวมถึงภาษีผ่านระบบออนไลน์และอี-เพย์เมนต์ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้นำเข้ายื่นวินิจฉัยพิกัดภาษีล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งทางกรมศุลกากรจะแจ้งพิกัดอัตราและภาษีที่ต้องเสีย เมื่อสินค้าเข้ามาถึงท่าเรือหรือสนามบินก็นำสินค้าออกได้ทันที ทำให้เกิดความสะดวกการค้าและลดต้นทุนผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรจะเซ็นความร่วมมือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อเชื่อมต่อระบบใบขนผ่านระบบออนไลน์สำหรับการขนสินค้าในท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้าสินค้า 70% จะได้ทำให้การนำเข้าสินค้ามีความรวดเร็ว สินค้าเข้ามาและสามารถนำออกได้ทันที







