posttoday
บัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว

บัญชีที่ไม่เคลื่อนไหว

29 ตุลาคม 2560

สมชาย สกุลสุรรัตน์เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.. เปิดเผยว่า เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. ... เพื่อใช้กำหนดหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการบัญชีเงินฝาก ซึ่งไม่มีการเคลื่อนไหวทางธุรกรรมการเงินเป็นระยะเวลานานของสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

สมชาย สกุลสุรรัตน์

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.. เปิดเผยว่า เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวของสถาบันการเงิน พ.ศ. ... เพื่อใช้กำหนดหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการบัญชีเงินฝาก ซึ่งไม่มีการเคลื่อนไหวทางธุรกรรมการเงินเป็นระยะเวลานานของสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

เท่าที่ทราบ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้คือ ถ้าบัญชีเงินฝากของประชาชนไม่มีการเคลื่อนไหว คือ ไม่มีการฝาก ถอน หรือโอนเงินในบัญชีเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แม้จะได้รับดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินภายใน 3 เดือน ก่อนสิ้นปีให้สถาบันการเงินแจ้งให้เจ้าของบัญชีหรือทายาททราบ ก่อนจะครบกำหนดเพื่อที่จะถอน โอน ฝาก หรือปิดบัญชีภายในวันสิ้นปี

ถ้าแจ้งแล้ว เจ้าของบัญชี หรือทายาทไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ให้สถาบันการเงินโดยเงินฝากในบัญชีมาไว้เป็นเงินคงคลัง แต่ไม่ให้นำเงินจำนวนนี้ไปใช้อย่างอื่น เพราะเป็นเงินฝากของประชาชน นำไปใช้ไม่ได้ เอามาแค่พักไว้เท่านั้น เมื่อเจ้าของบัญชีมีหลักฐานมาขอคืนเงิน ก็จะส่งมอบคืนให้ โดย สศค.ประมาณว่า ปัจจุบันมีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวในระดับหมื่นล้านบาท (กรุงเทพธุรกิจ 30 ต.ค. 2560)

ฟังมาถึงแค่นี้คงเป็นคำตอบที่น่าพอใจระดับหนึ่ง สำหรับบรรดาเพื่อนฝูงคนรู้จักทั้งหลายที่ได้ทราบข่าวนี้มาก่อนหน้าที่ สุวิชณ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงาน สศค. จะออกมาชี้แจง เพราะก่อนหน้านี้พากันมาไต่ถามว่ากระทรวงการคลังจะยึดเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 10 ปีจริงหรือไม่ ทำให้หวั่นเกรงกันต่างๆ นานา เพราะไม่มีใครเห็นต้นร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่ามีเนื้อหาสาระอย่างไร เอาว่าเมื่อเจ้าของเรื่องผู้อำนวยการ สศค. ยืนยันว่าการโอนเงินจากบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวจากสถาบันการเงินไปเก็บไว้ที่กระทรวงการคลังเป็นการเก็บเงินฝากพักไว้ให้เจ้าของบัญชีแทนสถาบันการเงิน จะไม่เอาไปใช้จ่ายทำให้เกิดความเสียหาย และพร้อมจะมอบเงินฝากคืนให้เจ้าของบัญชีและทายาทโดยไม่มีเงื่อนไข บรรดาเจ้าของเงินเย็นทั้งหลายก็น่าพอที่จะสบายใจได้

อย่างไรก็ดี เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในช่วงการรับฟังความเห็นของประชาชน ผมจึงอยากเสนอความเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่งว่า หลังจากโอนเงินฝากจากสถาบันการเงินไป "พัก" ไว้ที่กระทรวงการคลังแล้ว จะต้องไม่มีการเก็บค่ารักษาดูแลรักษาบัญชีเหมือนสถาบันการเงินอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นผลประโยชน์อย่างเดียวที่เจ้าของบัญชีเงินฝากที่ถูกโอนไปจะได้รับเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินจะคิดค่ารักษาบัญชี กับผู้ฝาก ถ้าบัญชีไม่เคลื่อนไหวและยอดเงินฝากในบัญชีต่ำกว่าเกณฑ์ ขั้นต่ำที่เขากำหนด ตัวอย่างเช่น ถ้าเงินฝากในบัญชีต่ำกว่า 500 บาท อาจจะถูกตัดบัญชีเป็นค่ารักษาบัญชี ปีละ 100 บาท 5 ปี ยอดเงินในบัญชีก็เหลือศูนย์ แต่ถ้ากฎหมายนี้มีผลบังคับใช้เงินฝาก 500 บาทนี้จะคงอยู่ในบัญชีที่กระทรวงการคลังรอให้เจ้าของบัญชี หรือทายาทมาขอคืนได้ตลอดไป ไม่มีวันสูญหาย

ความเห็นที่จะเสนอข้อที่ 2 เป็นความเห็นต่อจากข้อแรก คือ กระทรวงการคลังควรจ่ายดอกเบี้ยให้เงินในบัญชีที่โอน ตามความเหมาะสมอย่างน้อยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจากสถาบันการเงินที่รับฝากไว้เดิม จึงจะเป็นธรรมต่อเจ้าของเงินฝากหรือทายาท แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า การโอนเงินฝากเป็นการบริหารจัดการเงินฝากในบัญชีที่ไม่เคลื่อนไหวให้มีประสิทธิภาพไม่ใช่การยึดเงินฝากของประชาชนอย่างที่เกรงกลัวกัน

ความเห็นที่ 3 จะต้องมีการสร้างความชัดเจนว่า เงินฝากที่โอนไปจะมีการบริหารจัดการอย่างไร ที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาลไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอำนาจ หรือผู้บริหารนำเงินไปใช้จ่ายเพราะถือว่าเป็นเงินที่ไม่มีเจ้าของ หรือเงินที่ถูก "ทิ้ง" แล้ว ซึ่งควรจะเป็นการบริหารจัดการในรูปกองทุนมากกว่าการนำเงินเข้าไปพักไว้ในเงินคงคลัง ซึ่งเป็นเงินหมุนเวียนของทางราชการตามที่ปรากฏในข่าว

ความเห็นที่ 4 รัฐต้องสร้างระบบการรายงานผลประกอบการของ "กองทุน" และแจ้งให้เจ้าของบัญชีเงินฝากที่ถูกโอนเข้ามาในบัญชีทราบทุกราย อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้ทราบว่ามีเงินฝากอยู่ที่ไหน ได้รับผลตอบแทนเท่าไร ส่วนจะขอเงินฝากคืนหรือไม่ก็ได้เป็นไปตามสิทธิ

ประการสุดท้าย มีผู้กล่าวว่า แม้รัฐจะไม่นำเงินฝากที่โอนมาจากสถาบันการเงินไปใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่อาจนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์คืนให้สังคม แต่ถ้ารัฐมีหลักเกณฑ์ที่จะโอนเงินฝากของประชาชนไป "พัก" ไว้ การนำเงินไปใช้จ่ายในรูปแบบใดๆ ไม่น่าจะทำได้ เพราะจะทำให้หนี้สินของ "กองทุน" สูงกว่าทรัพย์สินยกเว้นจะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์มั่นคง เช่น พันธบัตรรัฐบาลเพื่อหาผลตอบแทนให้ผู้ฝากเงินเท่านั้น

ทั้งหมดที่เขียนมา ถือว่าเป็นการเล่าสู่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเบื้องต้นเท่านั้น อย่าไปยึดถือจริงจังมากครับ เพราะร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน จึงจะได้ข้อสรุปชัดเจนว่า การโอนเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวเกินกว่า 10 ปี จากสถาบันการเงินไปไว้ที่กระทรวงการคลัง จะออกมาในรูปแบบใด และจะส่ง ผลกระทบต่อเจ้าของบัญชีเงินฝากและทายาทอย่างไร ที่ผมพูดเรื่อง "กองทุน" เป็นแต่สมมติฐานเท่านั้น ส่วนการบริหารจัดการขึ้นสุดท้ายจะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามต่อไป

ว่าแต่ตอนนี้รีบกลับไปสำรวจดูว่าท่านมีบัญชีเงินฝากทิ้งค้างไม่เคลื่อนไหวไว้ที่ไหนบ้าง แล้วรีบทำให้เคลื่อนไหวเสีย ก็หมดปัญหา ส่วนท่านที่หมุนเวียนบัญชีจนเครื่องร้อนไม่มีปัญหานี้แน่นอนครับ ไม่ต้องห่วง n

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน