
‘BCH’ กลับมาสยายปีก
เรื่อง บงกชรัตน์ สร้อยทอง / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์ + กราฟฟิกบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (ฺBCH) ถูกปรับคำแนะนำเป็นหุ้นท็อปฮิตโดดเด่นสุดในกลุ่มโรงพยาบาล แต่ใครจะตอบได้ดีเท่ากับ "เฉลิม หาญพาณิชย์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BCH ผู้บริหาร 3 โรงพยาบาล เกษมราษฎร์ เวิลด์เมดิคอล และการุญเวชซึ่ง "เฉลิม" ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ว่า กำลังเห็นผลจากที่เชื่อมั่นในระบบของ "กองทุนประกันสังคม" ที่ปัจจุบันมีคนในระบบ 13 ล้านคน และ BCH เป็นเจ้าแรกจนถึงปัจจุบันมีผู้ประกันตนสูงสุดในระบบที่ 8.1 แสนคน ขณะที่อาจเห็นโรงพยาบาลอื่นอำลาระบบนี้ไปแล้ว
เรื่อง บงกชรัตน์ สร้อยทอง / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์ + กราฟฟิก
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (ฺBCH) ถูกปรับคำแนะนำเป็นหุ้นท็อปฮิตโดดเด่นสุดในกลุ่มโรงพยาบาล แต่ใครจะตอบได้ดีเท่ากับ "เฉลิม หาญพาณิชย์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BCH ผู้บริหาร 3 โรงพยาบาล เกษมราษฎร์ เวิลด์เมดิคอล และการุญเวชซึ่ง "เฉลิม" ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ว่า กำลังเห็นผลจากที่เชื่อมั่นในระบบของ "กองทุนประกันสังคม" ที่ปัจจุบันมีคนในระบบ 13 ล้านคน และ BCH เป็นเจ้าแรกจนถึงปัจจุบันมีผู้ประกันตนสูงสุดในระบบที่ 8.1 แสนคน ขณะที่อาจเห็นโรงพยาบาลอื่นอำลาระบบนี้ไปแล้ว
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ BCH มาจาก เครือเกษมราษฎร์กว่า 80% จากโรงพยาบาล เวิลด์เมดิคอล (WMC) 7% และการุญเวช 11%
ผลประกอบการบริษัทกลับมาแล้วหลังจากทรงตัวไป 2-3 ปี เพราะรับรู้ผลลงทุน WMC ที่เป็นลูกค้าระดับบนและกลุ่มต่างชาติ ขณะที่ครึ่งปีแรกเริ่มเห็นสัญญาณบวกของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) เป็นบวก ซึ่งคาดว่าจะมีกำไรสุทธิครั้งแรกในปี 2561 เท่ากับคืนทุนใน 3.5 ปี หลังลงทุนไป 3,000 ล้านบาท
"ปีนี้ถือว่าดีต่อเนื่องจากปีก่อนที่เริ่มเห็นสัญญาณบวกเติบโตมาแล้วกว่า 10% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ส่วนไตรมาสแรกปีนี้คนอื่นหัวอาจจะลดลงจากผลกระทบจากคนไข้กลุ่มอาหรับ แต่ BCH เติบโตสวนครึ่งปีแรกดูทั้งจากกลุ่มโรงพยาบาลในเครือและตามประเภทกลุ่มลูกค้าก็โตทุกด้าน ส่วนหนึ่งระบบเครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ก็โตด้วยตัวเอง แต่ในครึ่งปีหลังจะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรกอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีค่าประกันตนกองทุนประกันสังคมที่ปรับขึ้นมาตั้งแต่เดือน ก.ค. หลังไม่ได้ปรับมา 5 ปี ต่อด้วย ฤดูฝนจะมาเร็วกว่าที่คาด อีกทั้งหน้าหนาว ก็จะเริ่มเร็ว"
ทั้งนี้ การเติบโตจะกลับมาชัดเจนอีกหลายด้านในปี 2561 ตั้งแต่การรับรู้รายได้ประกันสังคมแบบเต็มปี อีกทั้งการระบุต้นทุนทั้งหมดภายในปีนี้ WMC มีกำไร และยังขยายการเซ็นสัญญาความร่วมมือกับคนไข้ในหลายประเทศมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศ 52% มีความหลากหลาย อย่างตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย เมียนมา และที่กำลังมาแรงคือกลุ่มเอเชีย เช่น จีนเพิ่งเซ็นสัญญาความร่วมมือด้านการมีบุตรคนที่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงมาก หรือปีหน้าการดูแลเรื่องสุขภาพผมและความสวยงามของคนเกาหลีแต่ใช้แพทย์ไทย ค่าใช้จ่ายต่อ หัวสูงมาก
ขณะที่สัดส่วนที่เหลือ 48% ยังเน้น การรักษาคนไทยที่เป็นกลุ่มคนไข้ที่สร้างความยั่งยืนมากขึ้น และมีอัตราการเติบโตสูงมากถึง 150% ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องปกติการมาใช้บริการที่ WMC น้อย แต่เมื่อการรับรู้และคอมมูนิตี้เกิด มีการตลาดเข้ามาช่วยให้เป็นที่รู้จักก็จะทำให้สัดส่วนนี้ มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ปีหน้าจะได้รับผลจากการที่ทางกลุ่มปรับปรุงทุกโรงพยาบาลใหม่เสร็จภายในสิ้นปีนี้ และยังเดินทางนโยบายหลักที่ ต้องการเพิ่มกลุ่มฐานลูกค้าเงินสดเพิ่มขึ้น เริ่มต้นจากปรับที่รัตนาธิเบศร์เป็นระดับอินเตอร์เนชั่นแนล และเริ่มก่อสร้างที่ เวียงจันทน์ สปป.ลาว ในอนาคตมีแผนที่จะปรับที่บางใหญ่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลอีกด้วย อีกทั้งจะ ทยอยเปิดโรงพยาบาลใหม่ต่อเนื่องปีหน้า ไตรมาส 2 ที่รามคำแหง ไตรมาส 4 ที่อรัญประเทศ และไตรมาสแรกปี 2562 ที่ปราจีนบุรี รวมถึงการปรับเพิ่มให้ที่แม่สาย จ.เชียงราย เป็นโรงพยาบาลจากเดิมที่เป็น คลินิกเท่านั้น ซึ่งจะเปิดตัววันที่ 1 พ.ย.นี้ เพราะมีผู้ใช้บริการจากเมียนมามากขึ้น
"ใครเริ่มปักหลักก่อนได้เปรียบในทางภูมิศาสตร์ เพราะการปรับที่ รัตนาธิเบศร์นอกจากเพิ่มกลุ่มคนไข้ เงินสดแล้วยังรองรับเส้นทางมอเตอร์เวย์ จากกาญจนบุรี ที่ สปป.ลาว ก็รองรับคนไข้จากเวียดนามเข้ามา หรือเป็น ใบเบิกทางดูผลศึกษาเพื่อ ไปประเทศเพื่อนบ้านอื่น ส่วนกัมพูชาไม่ได้ไป โดยตรงแต่ตั้งที่อรัญ ประเทศก่อน ส่วนภาค ตะวันออกมีเรื่อง อาเซียนไฮเวย์ ก็จะเปิดที่ปราจีนบุรี มีแล้ว ที่ฉะเชิงเทรา และอนาคตก็จะเปิดที่เชียงของ เชียงรายเพิ่ม รองรับเส้นทาง R3A ซึ่งขนส่งจากเชียงรายไปยังคุนหมิง เพราะมีเครื่องบินตรงจากคุนหมิงมาลงที่ เชียงรายแล้ว หลังจาก ที่เชียงใหม่เต็ม ดังนั้น จะเห็นได้ว่าหากมองทางภูมิประเทศ BCH มีโรงพยาบาลเครือข่ายกระจายตัว รองรับกลุ่มซีแอลเอ็มวีได้ทั้งหมด"
ทั้งนี้ มีเป้าหมายว่าภายในปี 2563 หรือ 3 ปีข้างหน้า จะมีสัดส่วนลูกค้าเงินสด 70-75% และประกันสังคม 25-30% จากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าเงินสด 65% และประกันสังคม 35% หลังเปิดอินเตอร์เนชั่นแนลเพิ่ม ขณะที่กลุ่มประกันสังคมจะมีจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นต่อปี 5-6 หมื่นราย มองว่าอีก 3 ปีฐานผู้ประกันตนแตะ 1 ล้านราย ปัจจุบันที่ 8.1 แสนราย และโควตาที่ BCH ได้รับ 1.2 ล้านราย
เฉลิม ย้ำว่า BCH ต้องการเป็น "กลุ่ม โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีทุกกลุ่มคนไข้และผลิตภัณฑ์ครบทุกด้านชัดเจน" โดยแต่ละด้านสามารถขยายงานในตัวเองได้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงเพราะบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยตรงหากมีการเปลี่ยนแปลงของรอบหมุนเศรษฐกิจหรือเป้าหมายลูกค้าต่างชาติหลักเพียงกลุ่มเดียว อีกทั้งยังเกิดการบริหารต้นทุนที่คุ้มค่าระหว่างกันมากขึ้นอีก เพราะทำให้กลุ่มโรงพยาบาลสามารถมีเครื่องมือเปลี่ยนเท่าทันเทคโนโลยี เพราะสามารถส่งต่อไปยังอีกที่หนึ่งได้
สังคมผู้สูงอายุเป็นเป้าหมายที่ทุกโรงพยาบาลสนใจ แต่ต้องทำสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น หรือคนไทย เพราะถ้าไม่ชัดเจน โดยเฉพาะระบบภาพใหญ่เรื่องการดูแลระบบบำนาญของไทยยังไม่พร้อม ก็ถือว่าไม่ใช่จังหวะเวลาที่ดี เพราะถ้าคิดจะทำสนใจทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติ เพราะต้นทุนน้อยและทำได้หลายที่พร้อมกัน เพียงแต่ตอนนี้รอเพื่อให้ "ถูกจังหวะ ถูกเวลา ถูกทำเล และถูก รูปแบบ" เท่านั้น







