
คลังสั่งรื้อกรอบเงินเฟ้อปี’61
คลังกับ ธปท.เตรียมเคาะตัวเลขสุดท้ายก่อนสิ้นปีนี้ ย้ำเงินเฟ้อต้องดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจด้วย
คลังกับ ธปท.เตรียมเคาะตัวเลขสุดท้ายก่อนสิ้นปีนี้ ย้ำเงินเฟ้อต้องดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้หารือกับนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2561 ซึ่ง ธปท.ยืนยันว่าจะคงกรอบเงินเฟ้อไว้เท่าเดิมที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือ 1-4% ซึ่งคาดว่าจะทำให้เงินเฟ้ออยู่ในกรอบเป้าหมายได้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วยกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อดังกล่าว เพราะเห็นว่า ธปท.ไม่สามารถบริหารกรอบเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังต้องการให้ ธปท.บริหารเงินเฟ้อเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพมากกว่านี้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ได้สั่งให้ ธปท.ชี้แจงอย่างละเอียดว่าทำไมถึงยังคงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อไว้เท่าเดิม ทั้งที่ไม่สามารถทำให้อยู่ในกรอบได้ รวมถึงให้ชี้แจงว่าในปี 2560 ที่ไม่สามารถบริหารเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบได้ ธปท.ได้ดำเนินการอะไรอย่างไรบ้าง และให้กลับมาชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป เพราะยังมีเวลาพิจารณากรอบเงินเฟ้อ ปี 2561 ก่อนสิ้นเดือน ธ.ค. 2560
"คลังต้องการให้ ธปท.กำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ทำได้จริง เพราะกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่ ธปท.ต้องมาเซ็นกับคลัง ก็ควรทำให้ได้ตามเซ็นไว้ โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มี ซึ่งทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ก็มีความเห็นเหมือนกระทรวงการคลัง" แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเงินเฟ้ออยู่ต่ำกว่า 1% ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ แต่ ธปท.ไม่ยอมลดดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5% ลดลง เพราะจะทำให้ธนาคารพาณิชย์ไปลดดอกเบี้ยเงินฝากกระทบกับผู้ฝากเงิน ซึ่งกระทรวงการคลังเสนอว่า ธปท.ไปควบคุมส่วนต่างดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลดลง แต่ ธปท.บอกว่าไม่สามารถทำได้
นอกจากนี้ ธปท.ยังคาดการณ์ว่าปลายปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย จึงไม่จำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของไทย
ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์กำลังปรับรายการสินค้าบางตัวที่นำมาใช้คำนวณเงินเฟ้อให้สะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่ง ธปท.คาดว่าจะช่วยทำให้เงินเฟ้อปรับเพิ่มสูงขึ้นและมาอยู่ในกรอบเป้าหมายได้ โดยที่ไม่ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องดูผลการประชุมครั้งต่อไปว่ากระทรวงการคลังพอใจการชี้แจงของ ธปท. และจะให้คงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2561 ตามที่ ธปท.เสนอหรือไม่







