
แอลจีบุกสินค้าไอโอที
โพสต์ทูเดย์ - แอลจี บุกไอโอทีปีหน้า จ่อลุยเครื่องใช้ไฟฟ้าสมาร์ทฟังก์ชั่น รับคนไทยอีก 2 ปี เข้าสู่สมาร์ทไลฟ์เต็มตัว สิ้นปีโต 5-6% ราว 2.1 หมื่นล้าน
โพสต์ทูเดย์ - แอลจี บุกไอโอทีปีหน้า จ่อลุยเครื่องใช้ไฟฟ้าสมาร์ทฟังก์ชั่น รับคนไทยอีก 2 ปี เข้าสู่สมาร์ทไลฟ์เต็มตัว สิ้นปีโต 5-6% ราว 2.1 หมื่นล้าน
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของแอลจีเดินหน้าพัฒนาสินค้าสมาร์ทฟังก์ชั่นหรือไปสู่ไอโอทีที่เต็มรูปแบบในปีหน้า โดยกลุ่มทีวีจะเพิ่มไลน์สินค้าจาก 50% เป็น 70% เครื่องซักผ้าจาก 10% เพิ่มเป็น 30% เครื่องปรับอากาศจาก 5% เพิ่มเป็น 30% ของสินค้าในกลุ่ม
นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน บริษัทพัฒนาไมโครเวฟ และเครื่องดูดฝุ่น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสมาร์ท ฟังก์ชั่น ซึ่งจะเป็นปีแรกของแอลจีที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าวออกสู่ตลาด เพื่อรองรับกับแนวโน้มตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไอโอที ปัจจุบันมีสัดส่วนคิดเป็นสัดส่วน 20% ของตลาดรวม 1 แสนล้านบาท และคาดว่าในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 30%
ขณะที่ในปี 2562 ประเทศไทยจะเข้าสู่การใช้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไอโอทีเต็มตัว ปัจจัยที่ทำให้คนหันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าไอโอทีมาจากราคาสินค้าที่เริ่มถูกลง จากเดิมที่มีแต่สินค้าในระดับบน เริ่มสู่ตลาดกลาง-บน เช่น เครื่องซักผ้ามากกว่า 1.5 หมื่นบาท เหลือ 1 หมื่นบาทขึ้นไป เครื่องปรับอากาศมากกว่า 3 หมื่นบาท เหลือ 2 หมื่นบาทขึ้นไป นอกจากนี้ยังมาจากความเร็วของอินเทอร์เน็ต การมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยทำให้ผู้ใช้งานได้ง่ายสะดวกสบาย
อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มว่าปีหน้าการแข่งขันของเครื่องใช้ไฟฟ้าไอโอทีจะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเป็นหนึ่งในฟังก์ชั่นที่ ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญ นอกเหนือจากการประหยัดพลังงานและในกลุ่มทีวีที่ยังเน้นโฟร์เคเป็นหลัก ส่วนกลุ่มเป้าหมายในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไอโอทียังเป็น กลุ่มคนเมืองที่มองหาความสะดวกสบาย คุ้นเคยกับการใช้สมาร์ทโฟน
สำหรับรายได้ 8 เดือน เติบโต 2-3% และตั้งเป้าหมายทั้งปีโต 5-6% หรือราว 2.1 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2 เดือนสุดท้าย หรือเดือน พ.ย.-ธ.ค. บริษัท ดำเนินการตลาดเชิงรุกโดยเฉพาะการ จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตมากกว่า 5% คาดว่าภาพรวมตลาดในช่วง 2 เดือนสุดท้าย จะแข่งขันอย่างรุนแรง หลังจากภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มีอัตราการเติบโต และคาดว่าทั้งปีตลาดเติบโต 2-3% จากมูลค่า 1 แสนล้านบาท







