เหตุแห่งความมั่นคงของราชวงศ์จักรี
กรกิจ ดิษฐาน เนื่องในวันปิยมหาราช ขอแนะนำหนังสือ "ประชุมพระบรมราโชวาทและพระโอวาท" รวบรวมพระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ 4-6 รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ที่สำคัญ ในส่วนของรัชกาลที่ 5 น่าสนใจมาก เป็นเพราะพระราชหัตถเลขาไปถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ถึง 3 ฉบับ เพื่อทรงอบรมพระราชโอรสให้เป็นผู้ปกครองแผ่นดินต่อไป สิ่งแรกคือการรู้เหตุผลว่าทำไมราชวงศ์จักรีจึงมักไม่เผชิญกับความผันแปรรุนแรงเหมือนราชวงศ์อื่น คำตอบก็คือพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์จักรีทรงพยายามที่จะไม่มีอคติ มีความโอบอ้อมอารี ที่สำคัญคือความใจกว้าง
กรกิจ ดิษฐาน
เนื่องในวันปิยมหาราช ขอแนะนำหนังสือ "ประชุมพระบรมราโชวาทและพระโอวาท" รวบรวมพระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ 4-6 รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ที่สำคัญ ในส่วนของรัชกาลที่ 5 น่าสนใจมาก เป็นเพราะพระราชหัตถเลขาไปถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ถึง 3 ฉบับ เพื่อทรงอบรมพระราชโอรสให้เป็นผู้ปกครองแผ่นดินต่อไป สิ่งแรกคือการรู้เหตุผลว่าทำไมราชวงศ์จักรีจึงมักไม่เผชิญกับความผันแปรรุนแรงเหมือนราชวงศ์อื่น คำตอบก็คือพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์จักรีทรงพยายามที่จะไม่มีอคติ มีความโอบอ้อมอารี ที่สำคัญคือความใจกว้าง
จากนั้นทรงยกตัวอย่างตั้งแต่เหตุผันแปรครั้งแผ่นดินพระเจ้าตาก ราชวงศ์จักรีมิได้คิดร้ายต่อเชื้อวงศ์พระเจ้าตากถึงขั้นคิดว่าอยู่ร่วมแผ่นดินกันไม่ได้ รัชกาลที่ 1 ทรงไม่ยอมล้างโคตรพระเจ้าตากตามคำร้องขอของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ซ้ำยังชุบเลี้ยงขุนนางกลุ่มอำนาจเดิมทั้งที่เป็นหอกข้างแคร่ ต่อมาเมื่อวังหน้าทรงขัดเคืองวังหลวงที่ไม่ยอมเพิ่มงบประมาณให้ (เพราะตอนนั้นแผ่นดินเพิ่งจะฟื้นตัว) วังหน้าถึงขั้นตั้งปืนใหญ่เล็งมาทางวังหลวง ร้อนถึงพระพี่นางต้องมาไกล่เกลี่ย รัชกาลที่ 1 ก็ทรงยอมโดยมิได้อาฆาต เมื่อวังหน้าทรงใกล้จะสิ้นพระชนม์ มีใจริษยาแรงกล้ายุให้ พระโอรส 2 พระองค์ก่อกบฏกับพระเจ้าลุง รัชกาลที่ 1 ก็ทรงประหารเฉพาะหลานทั้งสององค์ที่คิดร้าย โดยไม่ได้ล้างเชื้อวงศ์ของพระอนุชา
สิ่งที่บูรพกษัตริย์ทรงทำนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงวิจารณ์ว่าเป็นการ "ตีงูให้หลังหัก" เพราะทรงโอนอ่อนและโอบอ้อม ซึ่งผมคิดว่าแม้จะอันตราย แต่ปรากฏว่าได้ผล ผู้ที่ทรงมีเมตตาด้วยกลับซาบซึ้งในเมตตา งูที่ถูกตีจนหลังหักเมื่อกำลังฟื้นแล้ว แทนที่จะวกมาฉก กลับกลายเป็นกำลังรักษาแผ่นดินด้วยภักดี (รัชกาลที่ 4 ก็ทรงตรัสถึงเรื่องวงศ์พระเจ้าตากที่ได้รับพระกรุณาในทำนองเดียวกัน)
ครั้นถึงรัชกาลที่ 2 กลุ่มอำนาจเดิมของพระเจ้าตากและอื่นๆ ที่ไม่เป็นภยันตรายต่อความมั่นคงก็ยังอุปถัมภ์ให้เกียรติดังเดิม "มิได้มีความอาฆาตจองเวรอีกต่อไป"
ถึงรัชกาลที่ 3 ทรงเป็นพระราชโอรสเกิดจากพระสนม แต่ได้ราชสมบัติไป รัชกาลที่ 4 เกิดแต่พระมเหสีมิได้ราชสมบัติ แต่ทรงตรัสว่า แม้พระราชบิดา (รัชกาลที่ 2) มีพระสติดีเมื่อใกล้สวรรคตก็มิแน่ว่าจะทรงยกราชสมบัติให้พระองค์ เพราะรัชกาลที่ 3 ทรงเก่งกาจ มีปัญญา มีพระทัยโอบอ้อม จึงเป็นที่โปรดปรานของพระราชบิดา อีกทั้งในเวลานั้นไทยเรายังติดพันกับสงครามเพื่อนบ้าน ต้องมีพระเจ้าแผ่นดินที่รอบรู้ในราชการจึงจะเหมาะ รัชกาลที่ 4 มิได้ทรงเสียพระทัยที่มิได้ราชบัลลังก์ อีกทั้งยังไม่ทรงก่อการขบถตามคำยุแยงของบางคน เพราะทรงเห็นว่า หากบ้านเมืองแตกแยกแล้วจักเป็นเหยื่อแก่ศัตรูภายนอกได้ รัชกาลที่ 3 เล่าก็มิได้ทรงอาฆาตหวาดระแวงพระอนุชา เมื่อพระอนุชาตั้งธรรมยุตเป็นนิกายใหม่ ซึ่งเหมือนเป็นการแข่งอำนาจวาสนากัน ก็ทรงยอมอดกลั้นมาตอลอด 20 ปี มาท้วงแค่ครั้งเดียวตอนประชวรจะสวรรคตขอให้เลิกห่มแหวกเท่านั้น
สมัยรัชกาลที่ 4 กับพระปิ่นเกล้า วังหน้า ทรงมีบารมีเหลื่อมกัน มีผู้ยุให้วังหลวงกับวังหน้าแตกคอกัน ใส่ไคล้ว่าวังหน้าคิดชิงอำนาจสะสมอาวุธเตรียมก่อเหตุ รัชกาลที่ 4 ก็ยังทรงเสด็จฯ ไปเยี่ยมพระอนุชา มีแต่รัชกาลที่ 5 เชิญพระแสงติดตามพระราชบิดาไปเพียงพระองค์เดียว เพื่อแสดงความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เมื่อพบกันแล้ว พระปิ่นเกล้าทรงกอดพระบาทกรรแสง แล้วกราบทูลว่า มิได้มีพระทัยคิดประทุษร้ายเลยแม้แต่ขณะจิตเดียว แล้วถวายสัตย์สาบานเป็นอันมาก รัชกาลที่ 4 ก็ทรงกอดพระบาทพระอนุชาบ้างแล้วกรรแสงบ้าง แสดงความเชื่อใจในตัวพระอนุชา
ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ของพระองค์เอง ทรงเตือน พระราชโอรสว่า "ผู้ซึ่งรังเกียจศัตรู ถ้ายิ่งขืนทำท่าเป็นศัตรูตอบ พอที่จะไม่เป็นก็ต้องเป็น (ศัตรูกัน)"
พระราชหัตถเลขาฉบับนี้ดีมาก เป็นการอธิบายประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแผ่นดินและชิงอำนาจในยุคธนบุรี-รัตนโกสินทร์ในอีกแง่มุมหนึ่ง จากเดิมที่เรามักได้ยินว่า ราชวงศ์จักรีเข่นฆ่าวงศ์เจ้าตากอย่างถอนรากถอนโคน หรือแม้แต่ในวงศ์จักรีเองก็มีการชิงอำนาจที่ดุเดือด อย่างไรก็ตาม รัชกาลที่ 5 ทรงพยายามอธิบายว่า แม้การชิงอำนาจความหวาดระแวงกันจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ราชวงศ์นี้จัดการปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีการที่ละมุนละม่อมที่สุด
พระบรมราโชวาทของรัชกาลต่างๆ ในราชวงศ์จักรีเป็นของดีในแง่ตำราบริหารจัดการ การเลี้ยงคน การซื้อใจศัตรู "ศาสตร์แห่งความใจกว้าง" น่าเสียดายที่น้อยคนจะศึกษาในแง่นี้
ขอปิดท้ายด้วยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่ประชาชนเมืองตราด พ.ศ. 2450 ว่า
"เราคงจะเป็นเหมือนบิดาของเจ้า เสมอตลอดไป ย่อมยินดีด้วยในเวลามีความสุข แลจะช่วยปลดเปลื้องอันตรายในเวลามีภัยได้ทุกข์"
หมายเหตุ "ประชุมพระบรมราโชวาทและพระโอวาท" ฉบับที่ผู้เขียนใช้ คือ ฉบับพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าหญิงอังสุมาล เกษมสันต์ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 5 มี.ค. 2509 สมบัติของห้องสมุดหนังสืออนุสรณ์งานศพวัดบวรนิเวศวิหาร เผยแพร่โดยหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ n


