
ลานนาเวลเนสรุกสปา
ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะ จ.เชียงราย มีบ่อน้ำแร่ตามธรรมชาติหลายแห่ง
โดย ชินภัทร์ ไชยมล
ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะ จ.เชียงราย มีบ่อน้ำแร่ตามธรรมชาติหลายแห่ง หากมีการศึกษาวิจัยและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพก็จะสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ได้อีกมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและรายได้ของประชากรเช่นเดียวกับน้ำแร่ออนเซ็นในประเทศญี่ปุ่น
ศรชัย มุ่งไธธง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย บอกว่า ทางมหาวิทยาลัยเชียงรายได้ทำการวิจัยเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนจนประสบความสำเร็จภายใต้แบรนด์ "ลานนาเวลเนส" ผลิตภัณฑ์จากน้ำพุร้อน โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเอกชนจะวางตลาดจับกลุ่มลูกค้าที่ ประกอบธุรกิจสปาและโรงแรม
ปัจจุบันแหล่งน้ำแร่ใน จ.เชียงราย เป็นแหล่งน้ำที่สามารถนำมาบริโภคได้โดยตรง และพบว่าสามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี รวมทั้งกำลังเป็นที่นิยม เพราะบางแหล่งอยู่ใต้ท่าอากาศยาน เช่น บ่อน้ำร้อนบ้านโป่งพระบาท ต.บ้านดู่ ซึ่งพบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางทางเครื่องบินไปเยือนเพื่อแช่น้ำและนวดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์
"ในอนาคตจึงจะมีการวิจัยเรื่องการนำโคลนมาใช้ ซึ่งพบมากในแหล่งน้ำแร่ ต.ดอยฮาง อ.เมือง และจะมีการวิจัยด้านโลจิสติกส์ ในการนำน้ำแร่ไปใช้ประโยชน์ในสถานประกอบการต่างๆ เช่น โรงแรม สปา ฯลฯ เพราะมีปริมาณน้ำแร่ธรรมชาติที่ไหลออกมาไม่มีหมดต่อไป"
ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวไปเยือนเชียงรายปีละประมาณ 2.7 ล้านคน สร้างรายได้เข้าจังหวัดปีละเกือบ 3 หมื่นล้านบาท และยังมีแนวโน้มโตขึ้นโดยที่จังหวัดเองมุ่งนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านสมุนไพร สุขภาพและประวัติศาสตร์เป็นหลัก ซึ่งกรณีของแหล่งน้ำพุร้อนและน้ำแร่ที่มีอยู่ในเชียงรายจำนวน 10 แห่ง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำแร่มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ
นอกจากนี้ ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ยังมีน้ำพุร้อน 2 จังหวัด คือ ที่แพร่ และน่าน จังหวัดละ 1 แห่ง ตามลำดับ รวมทั้งหมด 12 แห่งนั้นถือว่ากำลังจะได้รับการพัฒนาเพื่อให้เข้าสู่นโยบายดังกล่าว เนื่องจากในปัจจุบันนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากต่างประเทศที่มาเยือนจะนิยมด้านนี้มากขึ้น







