
ทุนท้องถิ่นรุกโลจิสติกส์
ไฮเวย์กรุ๊ปเล็งตั้ง 2 บริษัทลูก ให้บริการพื้นที่จอดรถบรรทุกและสร้างคลังสินค้า ขานรับส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐ
ไฮเวย์กรุ๊ปเล็งตั้ง 2 บริษัทลูก ให้บริการพื้นที่จอดรถบรรทุกและสร้างคลังสินค้า ขานรับส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐ
นายเสรี ครรชิตศิริกุล ประธาน บริษัท ไฮเวย์กรุ๊ป ผู้ให้บริการด้าน โลจิสติกส์รายใหญ่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุน 20 ล้านบาท เพื่อตั้งบริษัทลูกภายใต้ชื่อ บริษัท ไฮเวย์ ทรัคส์ พาร์ค ทำธุรกิจขยายพื้นที่จอดรถรองรับปริมาณความต้องการ รถบรรทุกบนเส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ สามารถรองรับได้ 120 คัน และบริษัทมีแผนจะลงทุนร่วมกับพันธมิตร ทางธุรกิจในประเทศเมียนมาเพื่อสร้างคลังสินค้าในประเทศดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้
ทั้งนี้ จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลใน อ.แม่สอด จ.ตาก และความตื่นตัวใน ด้านการลงทุนที่ประเทศเมียนมา ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวมีความคึกคักเพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมากลุ่มบริษัทได้ใช้เงินลงทุนราว 200 ล้านบาท ในการสร้างสถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่รองรับปริมาณความต้องการเชื้อเพลิงในการขนส่ง
สำหรับปัจจุบันธุรกิจหลักของไฮเวย์กรุ๊ป มีจำนวน 8 บริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท สามเสือ ทรานสปอร์ต เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ 2.บริษัท ไฮเวย์ ซีเมนต์ เป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเครือเอสซีจี, บริษัท ไฮเวย์ คอนกรีต ดำเนินธุรกิจโรงปูนซีเมนต์ ผสม, บริษัท ไฮเวย์ อินเตอร์ เอ็กซ์ปอร์ต ดำเนินธุรกิจชิปปิ้ง, บริษัท ท่าข้าม 33 (ไฮเวย์) บริหารท่าเรือขนถ่ายสินค้า ริมแม่น้ำเมย, บริษัท ไฮเวย์ ทรัค ไทร์ ผู้แทนจำหน่ายยางมิชลิน, บริษัท ไฮเวย์ ทรัค ปาร์ค แอนด์ เซอร์วิส ดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน และบริษัท ท่าทราย ไฮเวย์ ดำเนินธุรกิจจำหน่ายทราย
ขณะที่บริษัทที่สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทสูงสุด คือ บริษัท สามเสือ ทรานสปอร์ต เป็นบริษัทที่ให้บริการขนส่งสินค้าไปทั่วราชอาณาจักร รวมถึงให้บริการรับขนส่งวัสดุก่อสร้างในเครือปูนซิเมนต์ไทย จาก อ.แม่สอด ไปยังประเทศ เมียนมา สร้างรายได้ให้กลุ่มบริษัทราว 200 ล้านบาท/ปี
"บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยจะตั้งบริษัทโฮลดิ้งขึ้นมาเพื่อให้การบริหารงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในเร็วๆ นี้" นายเสรี กล่าว
นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัทได้เพิ่มปริมาณรถบรรทุกสำหรับการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 60 คัน จากเดิม 30 คัน เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณด้านการขนส่งที่ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างศักยภาพการขนส่งของบริษัทให้เติบโตแข็งแกร่งต่อไป โดยปีนี้คาดว่าจะสามารถเพิ่ม รายได้ให้กับกลุ่มบริษัทจากการขยายปริมาณรถบรรทุกดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2560 ได้อย่างแน่นอน







