
นโยบายเงินดิจิทัล
ความก้าวล้ำของเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงโลกในทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้ในระบบเศรษฐกิจโลก ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการที่โลกเปลี่ยนจากอะนาล็อกไปสู่ดิจิทัล ทำให้เกิดการให้บริการ และผลิตภัณฑ์การเงินยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากในอดีต รวมไปถึงระบบการชำระเงิน และเริ่มมีการใช้สกุลเงินดิจิทัลด้วย
ความก้าวล้ำของเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงโลกในทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้ในระบบเศรษฐกิจโลก ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการที่โลกเปลี่ยนจากอะนาล็อกไปสู่ดิจิทัล ทำให้เกิดการให้บริการ และผลิตภัณฑ์การเงินยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากในอดีต รวมไปถึงระบบการชำระเงิน และเริ่มมีการใช้สกุลเงินดิจิทัลด้วย
การใช้เงินดิจิทัลของคนไทยในขณะนี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้น สามารถใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเงินสด ที่เรียกว่าเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ สามารถบรรจุไว้ในโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ประชาชนจึงมีทางเลือกที่จะจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องพกพาเงินสด และไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร
เงินดิจิทัลเหล่านี้มีผู้ให้บริการคือธนาคารพาณิชย์ บริษัทโทรศัพท์มือถือ บริษัทไอทีชั้นนำ ฯลฯ ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้มักจะถูกกำกับดูแลโดยธนาคารกลางหรือหน่วยงานของรัฐ แต่การพัฒนาระบบเงินดิจิทัลยังก้าวหน้าไปอีกในโลกออนไลน์ ยังมีสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) ที่ถูกสร้างขึ้นและใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก เช่น บิตคอยน์ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากยังไม่ได้รับการยอมรับอย่งแพร่หลาย ไม่ถูกกำกับดูแลโดยธนาคารกลางหรือหน่วยงานของรัฐ และมูลค่ามีความผันผวนสูงมาก ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในขณะนั้นๆ
นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังได้กล่าวเตือนว่า โลกกำลังจะเผชิญกับการพลิกโฉมครั้งใหญ่ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ธนาคารกลางและรัฐบาลทั่วโลกต้องเตรียมรับมืออย่างจริงจังกับสกุลเงินดิจิทัล สถาบันการเงินทั่วโลกจะพบความเสี่ยงหากยังไม่ติดตามและเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินยุคใหม่ ที่เริ่มสร้างแรงกระเพื่อมในบริการทางการเงินและระบบชำระเงินทั่วโลกแล้ว
กระแสตื่นตัวทั่วโลกในเรื่องของบิตคอยน์ และเทคโนโลยีเบื้องหลังที่เรียกว่า บล็อกเชน ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศมีแนวคิดที่จะออกใช้เงินดิจิทัลในสกุลเงินตนเอง เช่น อังกฤษ จีน เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการผลิตและบริหารจัดการเงินสดของประเทศ เพิ่มความโปร่งใส ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหลายฝ่ายเชื่อว่าหากดำเนินการได้อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการชำระเงิน และเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถติดตาม ควบคุม และดูแลปริมาณเงินและมาตรฐานของเงินในระบบ รวมทั้งลดความเสี่ยงจากการกำกับดูแลเงินดิจิทัลที่ ออกโดยภาคเอกชน ซึ่งมีความหลากหลายและบางส่วนยังไม่ได้รับการกำกับดูแล
การรุกคืบของเงินดิจิทัลเหล่านี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจก็มีมากขึ้นเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น รัฐบาลควรจะประกาศเป็นนโยบายที่จะศึกษาข้อดีข้อเสีย รวมทั้งผลกระทบ ไม่ใช่เรื่องที่จะ ต่อต้านเทคโนโลยีด้วยการปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมในกิจกรรมใดที่เราไม่เข้าใจ แต่เป็นเรื่องของการเตรียมความพร้อม การศึกษาและรับมือการที่เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา
การกำหนดกฎและกติกาที่ชัดเจน รวมทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน การที่รัฐกำลังดำเนินการอะไรในเรื่องนี้ ควรจะต้องให้ข่าวสารข้อมูลกับประชาชนเป็นระยะ ป้องกันการเข้าใจผิดและป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสหาประโยชน์จากความไม่รู้ของประชาชน







