posttoday
'บิ๊กฉัตร' ไม่หวั่นน้ำมาก

'บิ๊กฉัตร' ไม่หวั่นน้ำมาก

18 ตุลาคม 2560

สิทธิณี ห่วงนาคเสียงแห่งความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในเดือน ต.ค. ค่อนข้างหนาหู คำถามฮิตในช่วงหน้าฝนนี้คือ กรุงเทพฯ จะท่วมหรือไม่ เพราะมีเหตุจากมวลน้ำ 3 ก้อนมาเจอกัน คือ น้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำทะเลหนุน สำทับด้วยความแปรปรวนของสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ

สิทธิณี ห่วงนาค

เสียงแห่งความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในเดือน ต.ค. ค่อนข้างหนาหู คำถามฮิตในช่วงหน้าฝนนี้คือ กรุงเทพฯ จะท่วมหรือไม่ เพราะมีเหตุจากมวลน้ำ 3 ก้อนมาเจอกัน คือ น้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำทะเลหนุน สำทับด้วยความแปรปรวนของสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะดูแลกรมชลประทาน และเป็นอดีตประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามคำสั่ง คสช.ที่ 85/2557 ยอมรับว่าไม่มีใครกล้าฟันธงว่ากรุงเทพมหานครน้ำจะท่วมหรือไม่ แต่ในฐานะที่เป็น รมว.เกษตรฯ ดูแลกรมชลประทานและดูแลระบบบริหารจัดการน้ำของทั้งประเทศมาตลอด 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 ตอบได้เบื้องต้นว่าค่อนข้างสบายใจว่าโอกาสท่วมน้อยมาก ด้วยเหตุที่กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมบริหารจัดการมาแต่เนิ่นๆ โดยใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ทั้งแล้งระดับวิกฤตเมื่อปี 2559/2560 และมหาอุทกภัยปี 2554

ทั้งนี้ ปัจจัยที่คาดว่าน้ำจะท่วม กทม. เกิดจาก 3 น้ำ คือ น้ำเหนือ น้ำฝน และน้ำหนุน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เริ่มต้นวางแผนรับมือปริมาณน้ำฝนในปี 2560 มาตั้งแต่ต้นปี หลังจากที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำของกรมชลประทานได้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศของโลก วิเคราะห์ว่าปริมาณฝนปีนี้จะเป็นปีฝนปกติ แต่จากสภาพอากาศแปรปรวน และความแม่นยำของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องพายุมีข้อจำกัด พยากรณ์ได้ในระยะ 3-5 วันเท่านั้น ทำให้มีการวางแผน เตรียมแก้มลิงไว้รองรับน้ำหลาก เก็บน้ำสำรองไว้ในแต่ละลุ่มน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำยมที่ยังไม่มีเขื่อนและระบบบริหารจัดการน้ำ

หากพิจารณาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำของกระทรวงเกษตรฯ ปีนี้ ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า เป็นการทำงานโดยใช้ระบบบริหารของกรมชลฯ เต็มรูปแบบ และที่สำคัญต้องมีการวางแผน ไม่ใช่บริหารแบบไร้ทิศทาง ทั้งการปรับปรุงระบบระบายน้ำตามแผนของคณะกรรมการนโยบายน้ำ แห่งชาติ ในระยะเร่งด่วนปี 2559/2560 การปรับปรุงระบบบริหารน้ำในแต่ละทุ่ง การปิดหรือเปิดแก้มลิง การขุดลอกคูคลอง การหาพื้นที่ทำ แก้มลิง

สำหรับลุ่มแม่น้ำยม กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมแก้มลิงบางระกำ โดยให้เลื่อนการปลูกข้าวมาต้นเดือน เม.ย. เพื่อเกี่ยวข้าวให้เสร็จในเดือน ส.ค. ก่อนที่น้ำจะมา สำหรับรับน้ำ 400 ล้านลูกบาศก์ (ลบ.ม.) และใน ลุ่มเจ้าพระยาเตรียมไว้ 12 ทุ่ง พื้นที่ 1.5 ล้านไร่ เป็นแก้มลิงรับน้ำได้ 1,500 ล้าน ลบ.ม. สำหรับใช้ในการเก็บและหน่วงน้ำ จึงให้เกษตรกรในพื้นที่ ปลูกข้าวต้นเดือน พ.ค. เพื่อเกี่ยวข้าวให้เสร็จภายในเดือน ก.ย. 2560

แนวทางที่กระทรวงเกษตรฯ วางไว้ เรียกว่า "มาถูกทาง" โดยปริมาณน้ำเหนือลดลง จากแม่น้ำปิง ที่จะลงมาแม่น้ำเจ้าพระยา ปิดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่ 6 ต.ค. เพราะสองเขื่อนหลัก น้ำยังน้อย ต้องเก็บให้มากที่สุด ในลุ่มน้ำยมใช้แก้มลิงบางระกำ เก็บน้ำได้เต็ม 450 ล้าน ลบ.ม. เพื่อลดปริมาณน้ำเหนือที่จะเข้ามาเติมเจ้าพระยา

ขณะที่น้ำที่จุดรวมของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำนครสวรรค์มีน้ำผ่านมาก กรมส่งน้ำเก็บเข้า 12 ทุ่งเจ้าพระยา ณ วันที่ 19 ต.ค. 2560 เก็บน้ำได้ 1,260 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณรวมแล้วเกือบ 2,000 ล้าน ลบ.ม. ที่เก็บน้ำไว้เกือบเท่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 2 ตัว และทำให้คุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา-ชัยนาท ให้ไม่เกิน 2,600 ลบ.ม./วินาที ในขณะที่น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่ระบายออกมา จะดึงไปผ่านประตูระบายน้ำ พระนารายณ์ ไปออกคลองรังสิต คลองระพีพัฒน์ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต แล้วออกทะเล เพื่อคุมน้ำให้ผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่เกิน 3,500 ลบ.ม./วินาที

สำหรับข่าวน้ำท่วมที่เกิดขึ้นนั้น เป็นน้ำท่วมนอกพื้นที่คันกั้นน้ำ เป็นวิถีธรรมชาติที่น้ำจะท่วมพื้นที่ริมตลิ่งและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ทราบดี พล.อ.ฉัตรชัย ย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง ไม่ได้ปล่อยให้ท่วมไปตามมีตามเกิด รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งอาหาร น้ำ และห้องสุขา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ตัวเลขที่เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1-18 ต.ค. 2560 ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้านเกษตรทั้งหมด 1.4 ล้านไร่ เป็นพื้นที่นาข้าว 1.12 ล้านไร่ และพื้นที่น้ำท่วมเกิน 10 วัน 3.9 หมื่นไร่ หรือคิดเป็น 3% ของพื้นที่อุทกภัย ในขณะที่ปี 2554 พื้นที่นาโดนน้ำท่วมมีประมาณ 7 ล้านไร่ พื้นที่จังหวัดประสบภัยทั้งหมดรวม 44 ล้านไร่ แต่มีพื้นที่อุทกภัย 3.1 ล้านไร่

นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมแผนสำหรับแก้ไขปัญหาระยะยาว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ ทำข้อมูลโครงการมาให้ดู ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนงานของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่ กรมชลฯ ได้ศึกษาไว้ และทำตามแผนของ กนช. ที่มีปัจจัยเรื่องภาระหนี้ประเทศค้ำอยู่ด้วย เมื่องบประมาณจำกัดต้องเลือกความจำเป็นก่อนหรือหลัง แต่จำเป็นต้องเลือกเริ่มดำเนินโครงการใด โครงการหนึ่งที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับการบริหารจัดการน้ำในอนาคต

ทั้งนี้ กรมชลฯ ได้ศึกษาไว้ 3 แนวทางในการบริหารน้ำลุ่มเจ้าพระยา มีด้วยกัน 4 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการผันน้ำบางบาล-บางไทร ระยะทาง 22 กม. ผันน้ำเกาะเมืองอยุธยา ระบายน้ำ 1,200 ลบ.ม./วินาที 2.โครงการคลองระบายน้ำฝั่งตะวันออก (ป่าสัก-อ่าวไทย) ระบายน้ำ สูงสุด 600 ลบ.ม./วินาที ระยะทาง 135.9 กม. เรื่องอยู่ในการพิจารณา ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) 3.โครงการคลองระบายน้ำ ควบคู่กับถนนวงแหวนตะวันออกรอบ ที่ 3 ระบายน้ำสูงสุด 500 ลบ.ม./วินาที ระยะทาง 110.85 กม. ตามการศึกษาของไจก้า ซึ่งจะแล้วเสร็จเดือน ก.พ. 2561 และ 4.โครงการ ขุดอุโมงค์ผันน้ำ 3 แห่งฝั่งตะวันออก ปลายแม่น้ำท่าจีน คือ อุโมงค์ผันน้ำคลองทวีวัฒนา คลองภาษีเจริญ คลอง ราชมนตรี เนื่องจากเป็นทางระบายน้ำที่คดเคี้ยว ทำให้น้ำจากแม่น้ำท่าจีนออกไปลงทะเลได้ช้า

แนวทางทั้งหมด รมว.เกษตรฯ ย้ำว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจ ที่สามารถใช้ระบบของกรมชลประทานในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มกำลัง ต่างจากก่อนหน้านี้ที่อยู่ภายใต้อำนาจการเมือง บริหารผิดพลาด บกพร่อง จนสร้างความเสียหายมหาศาล

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม