
ฤๅ ‘บิตคอยน์’ จะขึ้นทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ (1)
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ & วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต & www.SchoolofWealth.org & Add Line : @CsiSocietyใช่แล้วครับ...คุณผู้อ่าน เรากำลังพูดถึงหนึ่งในนวัตกรรมทางการเงินที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดในโลก นั่นคือ เงินสกุลดิจิทัล หรือ Cryptocurrency นั่นเอง
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ & วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต & www.SchoolofWealth.org & Add Line : @CsiSociety
ใช่แล้วครับ...คุณผู้อ่าน เรากำลังพูดถึงหนึ่งในนวัตกรรมทางการเงินที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดในโลก นั่นคือ เงินสกุลดิจิทัล หรือ Cryptocurrency นั่นเอง
และในบรรดาเงินสกุลดิจิทัลที่มี นับเป็นพันสกุลนั้น "บิตคอยน์" เป็นเงินสกุลดิจิทัลที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดและได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ดังนั้นเพื่อให้คุณผู้อ่านที่ชอบการลงทุนและมักจะแสวงหาลู่ทางการ ลงทุนใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ผมจึงขอถือโอกาสนี้เล่าถึงบิตคอยน์ในมุมมองของผมเองดังนี้ครับ
หนึ่ง บิตคอยน์ราคาขึ้นทุก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ใช้เวลา กี่วัน?
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ก็ได้ทำสถิติใหม่สูงขึ้นไปเกือบ 6,000 ดอลลาร์/1 บิตคอยน์ แต่ความน่าสนใจของราคาบิตคอยน์กลับไปอยู่ที่กราฟนี้ครับ (กราฟ 1)
จากกราฟเราจะเห็นได้ว่าราคา ต่อ 1 บิตคอยน์ เพิ่มขึ้นจาก 0-1,000 ดอลลาร์แรกนั้น ใช้เวลา 1,789 วัน ราคาต่อ 1 บิตคอยน์ จาก 1,000 มา 2,000 ดอลลาร์ ใช้เวลาเพิ่มขึ้นลดลงเหลือ 1,271 วัน จาก 2,000 มา 3,000 ดอลลาร์ ใช้เวลาแค่ 23 วัน จาก 3,000 มา 4,000 ดอลลาร์ ใช้เวลา 63 วัน และสุดท้ายจาก 4,000 มา 5,000 ดอลลาร์ ก็ใช้เวลาเพียง 60 วันเท่านั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาบิตคอยน์ในปีนี้จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา นักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ในขณะที่บรรดานักลงทุนสถาบันก็เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเพราะกลัวตกรถ ซึ่งถ้า นักลงทุนสถาบันเข้ามาซื้อขายจริงๆ นั่นหมายถึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะหลั่งไหลเข้ามาในวงการซื้อขาย บิตคอยน์
สอง ความสนใจของนักลงทุน มือใหม่ที่มีต่อ "บิตคอยน์"
วิธีหนึ่งในการวัดว่ามี "นักลงทุนมือใหม่" เข้ามาซื้อขายบิตคอยน์มากน้อยแค่ไหน? อาจจะดูได้จากจำนวนกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บบิตคอยน์ หรือที่เรียกว่า "Bitcoin Wallet" ซึ่งผมก็มีกราฟที่แสดงจำนวนกระเป๋าเงินมาให้ดูครับ (กราฟ 2)
จากกราฟด้านบนแสดงให้เห็นถึงจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 406 กระเป๋า สูงขึ้นไปถึง 17,515,831 กระเป๋า คิดเป็นเพิ่มขึ้นประมาณ 2.9 ล้านเท่า ในระยะเวลาเพียง 6 ปี ด้วยตัวเลขที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งการเพิ่มขึ้นของราคา บิตคอยน์และจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัล
จึงไม่น่าแปลกใจว่า นับจากนี้จะมีนักลงทุนรายเล็กรายใหญ่เข้ามาในวงการซื้อขายบิตคอยน์กันอีกมากมาย เพื่อเข้าร่วมหนึ่งใน "มหกรรมการ เก็งกำไรที่ใหญ่ที่สุดในโลก" ที่ไม่มีใครไม่รู้ว่า...จะจบลงอย่างไร?
สาม หลายต่อหลายคนเกลียดบิตคอยน์
ในอดีตที่ผ่านมาบิตคอยน์ได้รับผลกระทบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบริษัท เมาท์ก๊อกซ์ ที่กรุงโตเกียว ถูกแฮ็กเข้าไปขโมยเงินบิตคอยน์ เมื่อปี 2557 และยังถูกเล่นงานและปราบปรามโดยหลายรัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะรัฐบาลจีนที่คอยจ้องเล่นงานบิตคอยน์อย่างรุนแรง นับจากการสั่งให้เว็บไซต์ซื้อขายบิตคอยน์บางเว็บไซต์หยุดทำการบ้าง รวมถึงการสั่งให้ ทุกเว็บไซต์ต้องขึ้นค่าธรรมเนียมการ ซื้อขายบิตคอยน์
นอกจากนั้น ยังสั่งให้ทุกเว็บไซต์วางแผนในการปิดการเทรดเงินสกุลดิจิทัลทุกสกุล และล่าสุดการระงับการระดมทุนเงินสกุลดิจิทัลใหม่ๆ จากประชาชน หรือที่เรียกกันว่า "Initial Coin Offerings" (ICOs)
จากภาพที่เห็นเราก็จะรู้สึกว่า รัฐบาลจีนออกจะเกลียดบิตคอยน์และเงินสกุลดิจิทัลทุกสกุล สาเหตุเป็นเพราะมันไปบั่นทอนเสถียรภาพของ ค่าเงินหยวน ที่รัฐบาลจีนหมายมั่น ปั้นมือจะให้มาเป็นเจ้าโลกการเงินแทนเงินสกุลดอลลาร์ของอเมริกา
"บิตคอยน์" มักจะถูกโจมตีจาก นักวิเคราะห์จำนวนมากทั่วโลก อีเลียต เพรคเตอร์ (Elliott Prechter) นักวิเคราะห์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า "ความบ้าคลั่งของเงินสกุลดิจิทัลนี้เป็นปรากฏการณ์เก็งกำไรครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกใบนี้เท่าที่เคยเห็นมา และเมื่อมันกลับตัวลงมา ประกอบกับสภาพตลาด ที่เลวร้าย เมื่อนั้นนักลงทุนจะหนีตายออกมาจากตลาดไม่ทันแน่ และเมื่อนั้น...ความวุ่นวายโกลาหลครั้งใหญ่ของโลกใบนี้...ก็จะเกิดขึ้น"
ผู้ที่เกลียดบิตคอยน์อีกคนหนึ่งที่ออกมาแสดงความคิดเห็นค่อนข้างรุนแรงก็คือ เจมี ไดมอน (Jamie Dimon) ซึ่งเป็นซีอีโอของธนาคารยักษ์ใหญ่ JP Morgan Chase ให้ความเห็นว่า "สำหรับผมแล้ว...มันกำลังสร้างบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีค่าใดๆ เลย และมันจะจบลงด้วยสิ่งที่เลวร้าย"
ไดมอน ยังเตือนให้ทุกรัฐบาลทั่วโลกรีบกำจัดระบบเงินสกุลดิจิทัลให้หมดสิ้นไป และออกมาตรการให้ผู้ที่ซื้อหรือขายบิตคอยน์ต้องได้รับโทษจำคุก หลังจากเหตุการณ์รัฐบาลจีน ปราบปราม และคำพูดของไดมอนก็ทำให้ราคาของบิตคอยน์จากมากกว่า 5,000 ดอลลาร์ ลดเหลือประมาณ 3,600 ดอลลาร์/1 บิตคอยน์
พรุ่งนี้เราจะคุยกันต่อเรื่อง ฤๅ "บิตคอยน์" จะขึ้นทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ ตอนจบครับ
หาอ่านบทความและความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนเพิ่มเติมได้ที่ www.SchoolofWealth.org n







