
เวียดนามเร่งกม. SEZ ดูดเงินลงทุนต่างชาติ
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุลการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) โดยเฉพาะในภาคการผลิตนับเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของเวียดนาม ยอดเอฟดีไอของเวียดนามในปี 2559 สูงถึง 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังโตต่อเนื่อง พบว่า แค่ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค. 2560) ยอดเอฟดีไอเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 6%
ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) โดยเฉพาะในภาคการผลิตนับเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของเวียดนาม ยอดเอฟดีไอของเวียดนามในปี 2559 สูงถึง 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังโตต่อเนื่อง พบว่า แค่ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค. 2560) ยอดเอฟดีไอเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 6%
ทั้งนี้ เวียดนามได้กำหนดให้เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) เป็นกลไกในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีการศึกษาแนวทางและรูปแบบในการพัฒนาและจัดตั้ง ทั้งจากไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนา ซึ่งถือว่าที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมาก เห็นได้จากการที่เวียดนามเตรียมเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มอีก 3 แห่ง
มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัคร ราชทูต ณ กรุงฮานอย ให้ข้อมูลว่าปัจจุบันเวียดนามมีเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมด 18 แห่ง ที่เสนอสิ่งจูงใจแก่นักลงทุน ทั้งการปลอดภาษีศุลกากรในสินค้าบางชนิด หรือลดค่าเช่า ค่าธรรมเนียม และยังมีนิคมอุตสาหกรรมที่รัฐสนับสนุนอีก 325 แห่ง และทางกระทรวงวางแผนและการลงทุนของเวียดนามยังมีแผนเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งใหม่ ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง และใต้เพิ่ม เพื่อหวังดึงดูดการลงทุนและกระจายเศรษฐกิจไปยังภูมิภาคต่างๆ ของเวียดนาม
อย่างไรก็ดี รัฐบาลเวียดนามอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายสำหรับเขตเศรษฐกิจดังกล่าวที่จะตั้งในจังหวัดกว๋างนิญ ทางภาคเหนือ จังหวัดคั้ญฮหว่าทางภาคกลาง และฟูก๊วกทางภาคใต้ ที่การอนุมัติรับรองจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในสิ้นปี 2560 โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษจะแยกจากกฎระเบียบท้องถิ่น เพื่อทำให้คล่องตัวในการบริหาร
"เวียดนามเปิดกว้างและต้องการการลงทุนจากต่างประเทศในทุกสาขา ประกอบกับมีการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานขนาดใหญ่ต่อเนื่อง และการเมืองที่มีเสถียรภาพ จึงทำให้เวียดนามมีความโดดเด่น มีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของคนเวียดนามสูงขึ้น ดันให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างน่าสนใจ" มานพชัย กล่าว
สำหรับร่างกฎหมายที่จะใช้เป็น กรอบแนวทางในการจัดตั้งการพัฒนาและการดำเนินงานของเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ทั้ง 3 แห่งนี้ สำนักงาน ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ประเทศเวียดนาม รายงานว่าเบื้องต้นกรมการบริหารเขตเศรษฐกิจของเวียดนาม (DEZM) เปิดเผยออกมา ว่าจะมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษและกำหนดเงื่อนไขการลงทุนของอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ ยังได้มีการเสนอแนวทางในการปรับปรุงและการลดความ ซับซ้อนของการลงทุนในระดับจังหวัดให้สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงการครอบครองที่ดินสำหรับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยที่โครงการลงทุนที่มีนวัตกรรมสำคัญเกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนา การดูแลสุขภาพ และการศึกษาจะได้รับสัญญาเช่าที่ดินเป็นเวลา 99 ปี
ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการยกเว้นภาษีเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจให้กับผู้เริ่มต้นดำเนินธุรกิจด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา โครงการลงทุน รวมถึงพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการและการดำเนินนโยบายด้านวีซ่าที่ลดขั้นตอน ซับซ้อนลงเพื่อให้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ดี กลไกและการกระตุ้นแรงจูงใจในการดึงดูดการลงทุนต่างชาติ ที่ใช้ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามเป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ ที่ไทยจะนำมาปรับใช้ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย







