posttoday
เยียวยาให้เป็นธรรม

เยียวยาให้เป็นธรรม

17 ตุลาคม 2560

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2560 มีมติเห็นชอบแนวทางการทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ดังนี้

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2560 มีมติเห็นชอบแนวทางการทบทวนอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตฯ ดังนี้

ถ้ามีรายได้ตั้งแต่ 0-100 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 0.125% รายได้จากการประกอบกิจการฯ เกิน 100-500 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 0.25% รายได้ 500-1,000 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 0.5% รายได้ 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 0.75% รายได้จากการประกอบกิจการฯ เกิน 5,000 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียม 1.5% ทั้งนี้ จะนำร่างประกาศฯ ดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนประกาศใช้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม มาตรการเยียวยาโดยลดอัตราค่าธรรมเนียมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ที่ได้รับผล กระทบจากเม็ดเงินโฆษณาที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบกับพฤติกรรมการรับชมรายการโทรทัศน์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป มีช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น จึงเป็นการประเมินตลาดผิดพลาด ทำให้ผู้ประกอบการที่แห่ประมูลต้องพากันเจ๊งไปตามๆ กัน นำมาสู่ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลและ กสทช.ช่วยเยียวยา

แต่ทั้งนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของธุรกิจทีวีดิจิทัลจะไม่ดีขึ้น เนื่องจากภาพรวมการใช้เงินในอุตสาหกรรมโฆษณายังลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการยังคงประสบปัญหาด้านรายได้ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) จึงได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้มีการปฏิรูประบบการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ นำคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ใช้ในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ นำไปประมูลในระบบโทรคมนาคม ซึ่งคาดว่าจะได้เงินประมูลมากกว่าทีวี

ขณะที่การชำระเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลที่ผู้ประกอบการได้จ่ายไปรวมกว่า 3.6 หมื่นล้านบาทนั้น สูงกว่าเงินประมูลตั้งต้นที่ กสทช.คาดการณ์ไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการขอไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือ เป็นต้น ซึ่งข้อเรียกร้องนี้ กสทช.ยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินการได้

ดูจากข้อเรียกร้องดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการเข้าใจสภาพของธุรกิจเป็นอย่างดี และเชื่อว่าหลายคนได้มองเห็นแนวโน้มดังกล่าวแล้วตั้งแต่ 5 ปีก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการบางรายจึงไม่ทุ่มประมูลช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง 3 ช่อง แต่เลือกที่จะประมูลเพียง 1 ช่อง และพัฒนาให้ดีที่สุด มากกว่าที่จะทำหลายช่อง เพราะอย่าลืมว่านี่คือระบบฟรีทีวี ไม่ใช่ระบบเพย์ทีวีที่ผู้บริโภคจะยอมจ่ายเงินเพื่อดูคอนเทนต์แบบพิเศษ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าผู้ประกอบการหลายรายในธุรกิจทีวีดิจิทัลมองเกมพลาด ที่อยากจะมีช่องทีวี 2 ช่อง 3 ช่อง เพราะวันนี้แม้แต่ช่องเดียวยังเหนื่อย

ดังนั้น มาตรการเยียวยาหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้ที่ไม่สามารถประมูลได้ก่อนหน้านี้ เพราะไม่ได้ทุ่มเงินแข่ง เพราะได้ประเมินแล้วว่าการทุ่มเงินสูงๆ เพื่อให้ได้คลื่นความถี่มาครอบครอง อาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ส่วนผู้ที่ทุ่มเงินประมูลก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นด้วย

สิ่งสำคัญ ระหว่างที่ กสทช.มุ่งจะเยียวยาผู้ประกอบการ ในส่วน ผู้ชม คนดู เรียกว่าแทบจะไม่ได้ประโยชน์จากมหกรรมทุ่มเงินครั้งนี้ เพราะยังคงได้รับชมรายการแบบเดิมๆ และมีประเด็นทางสังคมอยู่ตลอดเวลา แล้วอย่างนี้ใครจะเป็นผู้เยียวยา n

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม